เขียนโดย อิศราวดี  ชำนาญกิจ

สรุปจาก สถานการณ์ความมั่นคงหลังยุคสงครามเย็น

(อนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้ แต่ต้องอ้างชื่อผู้เขียนหรือแหล่งที่มา ตามกฎหมาย copyright ค่ะ)

ที่มาภาพ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=1004&page=3

 

World Government 

แนวคิดนี้เริ่มจากการที่ชาวยุโรปจำนวนมาก ต้องการให้เกิดรัฐบาลโลก (World Government) เพื่อทำหน้าที่แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและผลประโยชน์ระหว่างชาติต่างๆ ในช่วงปี ค.ศ. 1900 เป็นต้นมา ด้วยการ "ทำโลกให้เป็นโลกเดียว (One World)" หรือ "การจัดระเบียบใหม่ให้แก่โลก (One World Order)"

โดยมี เอช.จี. เวลส์ เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือชื่อ "One World State (1939)" หลังจากนั้นก็มีนักคิดอีกหลายท่านที่สนับสนุนแนวคิดนี้ เช่น 1946 รัซเซล (รัฐบาลโลก, สันติภาพถาวร), อาโนลด์ ทอยบี (รัฐบาลโลกเพื่อหลักประกันความอยู่รอดของมนุษยชาติ, จอห์น โรเดส (สหพันธ์รัฐบาลโลก, ผิวขาวปกครอง, ใช้อังกฤษเป็นภาษาหลัก), ไลโอเนล เคอร์ติส (หนังสือ Commonwealth of God, ให้อเมริกาและอังกฤษรวมตัวจัดตั้งรัฐบาลโลก, ใช้ภาษาอังกฤษ)

จากนั้นแนวคิดนี้ ขยายตัวออกไปจากกลุ่มนักธุรกิจและชนชั้นขุนนางที่ต้องการผลประโยชน์ เช่น เกิดการรวมตัวขององค์กรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ธนาคารโลก(1944) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และองค์การสหประชาชาติ (1945) ขึ้นมา เกิดตลาดร่วมยุโรป (ที่ในปัจจุบันพัฒนามาเป็น EU สหภาพยุโรป) และในที่สุดเกิด องค์กรการค้าโลก (World Trade Organization - WTO)(1995)

แนวคิดนี้ เรียกได้ว่าเป็น "การสมคบคิดอย่างเปิดเผย" (Open Conspiracy) เผยแพร่ชัดเจนจากข้อเขียนของ ฟิลลิป เคอร์ ในนิตยสาร Foriegn Affair (1922) ว่า ”ตราบใดที่ประเทศต่างๆ ในโลกนี้ยังถูกแยกให้เป็นอิสระจากกันและกัน…สันติภาพ และความรุ่งโรจน์ที่จะมีต่อมวลมนุษยชาติย่อมไม่อาจปรากฏเป็นจริงขึ้นได้และ กว่าที่จะมีการคิดค้นสร้างสรรค์ระบบความร่วมมือระหว่างชาติขึ้นมาได้จริงๆ…ปัญหาที่แท้จริงในขณะนี้น่าจะอยู่ที่ว่า… ทำอย่างไรที่จะทำให้มีรัฐบาลโลกเกิดขึ้น…”

และผู้สนับสนุนก็มีได้แก่ เซอร์ ฮาโรลด์ บัตเลอร์, เนลสัน ร็อคกี้เฟลเลอร์ (หนังสือ Future Federalism, ขณะเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ค, 1968), จอร์จ บอลล์, เลสลี เกลบ์ (ประธานองค์กร CFR)

 

New World Order

การจัดระเบียบโลกใหม่ เริ่มจริงๆ เมื่อมีการประกาศเรื่องนี้จากสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีจอร์จ บุช (คนพ่อ)(พรรครีพับลิกัน) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 1990 มีเนื้อหาคล้ายยุทธศาสตร์ชาติ โดยที่ในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีบิล คลินตัน (พรรคเดโมแครต) นั้น รู้จักกันในนามของ "แผนยุทธบริเวณใหม่ของยุทธการสหรัฐ ทางการเมือง-การทหาร" (1998) ซึ่งหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ในสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (คนลูก) เริ่มแสดงให้เห็นชัดว่า สหรัฐอเมริกาต้องการเป็น "รัฐบาลโลก" จากการประกาศแนวทางว่า "ใครก็ตามที่ไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างอเมริกา ... ผู้นั้นก็คือฝ่ายผู้ก่อการร้าย"

คำประกาศ "การจัดระเบียบโลกใหม่" ประกอบด้วยสาระสำคัญ 5 ประการ คือ

  1. ความเป็นประชาธิปไตย (Democracy)
  2. สิทธิมนุษยชน (Human Right)
  3. สภาพแวดล้อม (Environment)
  4. การค้าเสรี (Free Trade)
  5. ลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร (Copyright) 

ซึ่งสาระสำคัญนี้ กลายเป็นเครื่องมือของสหรัฐอเมริกาและประเทศที่เป็นพันธมิตรใช้ในการแสวงหาประโยชน์จากประเทศอื่นๆ ในประชาคมโลก เช่น การบีบบังคับให้ประเทศต่างๆ อยู่ภายใต้อิทธิพลของตนในทุกๆด้าน เช่น การกีดกันการค้าประเทศที่ไม่ทำตามสาระสำคัญทั้ง 4 ประการ (ไม่เป็นประชาธิปไตย  ไม่รักษาสิทธิมนุษยชน ไม่ดูแลสภาพแวดล้อม  และไม่เปิดการค้าเสรี) 

หลายๆ ประเทศ นำเรื่องนี้มาเป็นนโยบายประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ (ดูคลิปนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ ที่พูดถึงเรื่องนี้)

ซึ่ง New World Order ของอังกฤษ ประกอบด้วยสาระสำคัญคือ

1. Flexibility

2. Free Trade

3. Open Market

4. Proper Stewardship of Environment

5. An Investment

6. Education

7. Infrastructure

8. Innovation

ใครมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร มาแชร์กันได้เลยค่ะ ^^

 

อ่านเพิ่มเติมที่

- การจัดระเบียบโลกใหม่และการสร้างรัฐบาลโลก

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

(ขออภัยผมยังไม่ได้อ่านจนจบนะครับ ผมเอาคำตอบจากเอนทรี่นี้ http://fallingangels-review.exteen.com/20080909/entry ของผมมา ที่คุณไปเกริ่นไว้)

--------------

จริงๆ คำว่า 'new' (จาก new world order) เนี่ย ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดนะครับ

new เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆๆๆๆ โดยมี

new2 มาแทน new1 และ new3 มาแทน new2 เช่นนี้ไปเรื่อยๆ (ปัจจุบันเป็น new ที่เท่าไหร่แล้วผมก้อไม่อาจจะทราบได้ และทับถม the old ones เท่าไหร่ก้อไม่ทราบอีก)

แต่ที่ผมอยากจะสื่อก็คือ "เราอยู่กับการหมุนเปลี่ยน old --> new" นี่มาได้กันโดยตลอดแล้ว...หากอึดสักนิดก็คงจะไม่เหนือบ่ากว่าแรงหรอกครับ

เพราะ 'New World Order' มันไม่ใช่ "สิ่งใหม่" อะไรอย่างชื่อมัน มันก็แค่ "การพยายามก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าคนใหม่ ภายใต้ บริบทประมาณเดิม" เท่านั้นแหละครับ...

ด้วยความเคารพ

#1 By fallingangels on 2009-04-21 00:52

จริงค่ะ เป็นเรื่องเก่า ที่เอามาเล่าใหม่เท่านั้นเอง

เผื่อใครอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบ ^^

#2 By Leadership Guru on 2009-04-21 13:41

จริงแล้วอยากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้าย้อนไปนานาก้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงต้องดูลึกๆนะคะ การเปลี่ยนโลกใหม่ฟังดูแล้วน่าโอเคแต่ถ้าการเปลี่ยนโลกคือการทำลายทุกสิ่งคเพื่อจะง่ายต่อการควบคุมอย่างนี้ไม่ดีแน่ถ้าคนใหนพอรู้เรื่องนี้บ้างคงเข้าใจที่ดิฉันพูด เพราะโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใครพอจะรู้เรื่องก้พยายามปรับตัวทั้งการดำเนินชีวิต
ดิฉันพุทธค่ะขออย่างเดียวอย่าหลงไปกับทุนนิยมมันจะกลับมาฆ่าเราเองคอยสังเกตเหตูการณืที่เกิดขึ้นกับโลกมันมีคำตอบอยู่ในนั้นอยู่แล้ว

#3 By เกด (110.164.247.250) on 2011-02-02 15:27

The blog is quite amazing and wonderful and will help the students to understand the real and correct meaning of the structure, beautiful work.

#4 By Thesis Introduction (119.155.10.42) on 2011-06-17 14:36

จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ แต่ถ้ามองกันไปอีกที หากเราบังเอิญเกิดเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง อยู่ในสังคมมุสลิมแถบตะวันออกกลาง ในสังคมที่ผู้หญิงถูกกดขี่ ทารุณสาระพัด โดนทุบตีโดยสามี หรือแม่สามี แต่ไม่มีปัญญาจะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้เพราะกฎหมายไม่เอื้อให้ทำได้

อยากทราบว่า ผู้หญิงคนนี้ควรมีสิทธิและเสรีภาพที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างอิสระเหมือนอย่างผู้หญิงที่อยู่ในอเมริกา หรือ ยุโรป หรืออย่างประเทศไทยไหมคะ

หากคำตอบว่าเธอควรมีสิทธิ

ขอถามต่อว่า ในเมื่อสังคมในประเทศของเธอและกฎหมายบ้านเมืองของเธอเป็นอย่างนั้น อิสระเสรีภาพของเธออยู่ที่ไหน

เธอจะมีโอกาสพบกับเสรีภาพไหมคะ ถ้าหากอเมริกาหรือยุโรป ไม่ส่งทหารของกองทัพโลกเข้าไปช่วยทำให้ผู้นำที่ไม่มีวิสัยทัศน์เหล่านั้นเปลี่ยนวิธีการบริหารบ้านเมือง และให้ความเสมอภาคต่อสตรี

ดิฉันก็ไม่ได้หลงไหลได้ปลื้มกับ 2 ชาตินี้นักหนา แต่ในดีมีเสีย ในเสียมีดี เราต้องดูเป็นกรณีๆ ไปค่ะ

#5 By Laddavan (110.168.50.194) on 2011-08-22 18:55

อยากทราบว่าทำไม่จึงจะต้องมีการจัดระเบียบโลกค่ะ

#6 By hong (118.174.35.86) on 2011-09-18 23:18

การจัดระเบียบโลกใหม่เริ่มเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เพื่อที่จะให้มนุษย์ในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุข สันติวิธี ลดความรุนแรง ลดความเหลื่อมล้ำอำนาจ เพื่อให้ประเทศที่มีอำนาจ ไม่ให้คุกครามประเทศด้อยอำนาจครับ

#7 By กฤษฎา (113.53.112.98) on 2011-09-22 21:06

NWO = Own

#8 By พาราซัดแล้วม่อง (103.7.57.18|10.149.90.128, 1.20.1.128) on 2012-06-14 22:48

คห.5 ของคุณ Laddavan คุณบอกเองว่าอย่าหลงไหลในพวกมัน แต่ จาก คห.5 ที่คุณได้กล่าวไป มันบอกได้ชัดเลยว่า คุณหน่ะหลงได้อย่างชัดเจนเลย ครับ :))) หลงตั้งแต่ราก ยิ่งกว่ารากอีกน่ะครับ แกะมาดูตอนนี้คงสายไปแล้วน่ะครับ ถ้าว่างหน่อยก็ลองมาพิจารณาดูก็อาจจะพอได้นิดหน่อย ;))) open-mounthed smile

#9 By Unknown (103.7.57.18|161.246.237.126, 161.246.254.165) on 2012-08-03 22:57

คห.5 ของคุณ Laddavan คุณบอกเองว่าอย่าหลงไหลในพวกมัน แต่ จาก คห.5 ที่คุณได้กล่าวไป มันบอกได้ชัดเลยว่า คุณหน่ะหลงได้อย่างชัดเจนเลย ครับ :))) หลงตั้งแต่ราก ยิ่งกว่ารากอีกน่ะครับ แกะมาดูตอนนี้คงสายไปแล้วน่ะครับ ถ้าว่างหน่อยก็ลองมาพิจารณาดูก็อาจจะพอได้นิดหน่อย ;)))

#10 By Unknown (103.7.57.18|161.246.237.126, 161.246.254.162) on 2012-08-03 22:58