Book-Reviews

          น้องๆ หลายท่านปีใหม่นี้ได้รับการโปรโมทให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น (ขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ ^^)  มาขอคำปรึกษาว่าให้ช่วยแนะนำหนังสือที่จำเป็นต้องอ่านสำหรับการเลื่อนตำแหน่งหน่อย  แอมมี่เลยจะขอแนะนำไปตามระดับความรับผิดชอบในตำแหน่งแล้วกันค่ะ  ก็จะแบ่งเขียนออกเป็นเล่มๆ ไปตามตำแหน่งระดับต้น-กลาง-สูง นะคะ

          หนังสือเล่มแรกสำหรับผู้ที่เพิ่งจะเริ่มรับตำแหน่งทางด้านการบริหารควรอ่านก็คือ The One Minute Manager (1982) หรือเล่มแปลชื่อ ผู้จัดการ 1 นาที (2545) เขียนโดยเคนเน็ธ บลังชาร์ดและสเปนเซอร์ จอห์นสัน ซึ่งเป็นหนังสือด้านการจัดการที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ขายไปมากกว่า 13 ล้านเล่ม และแปลไปแล้วกว่า 27 ภาษา

  

          ข้อดีของหนังสือเล่มนี้ก็คือ จะเผยเคล็ดลับที่ทำให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเรื่องของการบริหารและการเป็นผู้นำค่ะ  ซึ่งผู้บริหารน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักหนังสือเล่มนี้นะคะ  แอมมี่เองก็ถูกบังคับให้ต้องอ่านเป็นเล่มแรกๆ เมื่อเข้าโปรแกรมผู้บริหารระดับต้นเมื่อครั้งทำงานที่สหรัฐอเมริกาเช่นกัน  แต่เนื่องจากเป็นเล่มเล็กๆ ไม่หนามาก ก็เลยอ่านแป๊บเดียวจบค่ะ

          โดยสรุปแล้ว เคล็ดลับการเป็นผู้จัดการ 1 นาทีก็มีอยู่ 3 ประการค่ะ ได้แก่

  1. การกำหนดเป้าหมาย 1 นาที (1 minute goal) -- ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของการมีส่วนร่วม  ผู้จัดการก็ควรจะจัดให้มีการประชุมขึ้นในทีม และตกลงกันในเรื่องเป้าหมายร่วมของทีม  เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร  แล้วคอยมาทบทวนบ่อยๆ เพื่อเช็คว่า ทีมได้ทำตามนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่  ขั้นตอนนี้ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 1 นาทีเท่านั้นค่ะ
  2. การชมเชย 1 นาที (1 minute praising) – หนังสือกล่าวว่า เมื่อลูกน้องในทีมงานทำงานมีประสิทธิภาพ ก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดการที่จะต้องกล่าวชมเชย และควรกล่าวชมเชยทันทีที่ทีมทำงานได้ถูกต้อง ภาษาอังกฤษมีคำว่า “I am so proud of you” ซึ่งแปลว่า ฉันภูมิใจในตัวคุณจริงๆ แล้วเราในฐานะผู้จัดการก็มักจะชอบพูดกันติดปากเมื่อทีมงานของเราได้ทำอะไรซักอย่างประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็ก-กลาง-ใหญ่ แค่ไหนค่ะ ชมแล้วก็เชคแฮนด์ จับมือเขย่าแรงๆ ซึ่งเห็นได้ชัดเลยค่ะว่าลูกน้องเค้าดีใจมากๆ ที่ทำงานสำเร็จและถูกใจเรา เราจึงชื่นชม  ทำบ่อยๆ รับรองว่า ทีมงานของคุณจะสร้างปรากฏการณ์ในทางที่ดี เพิ่มผลผลิต  เพิ่มยอดขาย  เพิ่มการบริการทะลุเป้าหมายกันทีเดียว  ลองทำดูค่ะ
  3. การตักเตือน 1 นาที (1 minute reprimand) – แต่เมื่อลูกน้องในทีมของเราทำผิดอะไรก็แล้วแต่  เราก็ต้องรู้จักตักเตือนทันทีเช่นกัน และให้เตือนเฉพาะเรื่องที่ทำผิดเท่านั้นค่ะ  (เค้าให้เวลาแค่ 1 นาที  เพราะฉะนั้นไม่ต้องย้อนอดีตความผิดแล้วตักเตือนเลยเถิดนะคะ  คนเราทำผิดกันได้ และแก้ไขปรับปรุงกันได้ค่ะ  ถ้าอยากได้ทีมงานที่รักเราและยอมทำงานเพื่อเรา ก็ต้องรู้จักอดทนนะคะ)   วิธีการตักเตือนทันทีเมื่อทำผิด จะช่วยสอนให้ลูกน้องเรารู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ และรู้ทันทีว่าต้องแก้ไขให้ถูกต้องได้อย่างไร  พูดเสร็จเราก็เชคแฮนด์เหมือนเดิมแล้วบอกต่อด้วยว่า ที่เราเตือน เราเตือนให้ทำงานได้ถูกต้องเท่านั้น (ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ แต่อย่างใด)  ทีนี้ถ้าเป็นคนไทยไม่นิยมจับมือก็อาจใช้วิธีแตะไหล่แทนได้  ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างความสนิทสนมและส่งกระแสความหวังดี (ต่องานเท่านั้นนะจ๊ะ ไม่ต้องส่งผ่านความเอ็นดูส่วนตัวไปด้วยจ้า) 

แอมมี่ใช้วิธีนี้ในการสร้างทีมงาน (และเชื่อว่าผู้บริหารเก่งๆ หลายๆ ท่านก็ใช้วิธีนี้ด้วยเช่นกัน) แต่ก็ใช้เทคนิคอื่นๆ จากหนังสือดีดีเล่มอื่นด้วยในการบริหารทีมงานจนได้ตำแหน่งผู้สร้างทีมยอดเยี่ยมมาแล้วค่ะ

ลองหาเล่มเต็มๆ มาอ่าน แล้วจะได้เรียนรู้การพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับต้นแบบง่ายๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ

 

อิศราวดี (แอมมี่) ชำนาญกิจ

บริษัท เบรนว้อทช์ คอนซัลติ้งกรุ๊ป จำกัด

http://brainwatch.webs.com/

6 มกราคม 2553

เขียนโดย อิศราวดี  ชำนาญกิจ

 แอมมี่กำลังสรุปความหนังสือเล่มใหม่ของศจ. Jim Collins อยู่ค่ะ ชื่อหนังสือคือ "How The Mighty Fall : and why some companies never give in"  (2009)

 

http://www.bradreese.com/images/how-the-mighty-fall.jpg

 

ขณะที่ ผู้นำรุ่น 3 กำลังขะมักเขม้นอ่าน Built to Last และ Good to Great ซึ่งบอกความเป็นมาและวิธีการในการสร้างบริษัทให้ยิ่งใหญ่มั่นคง  แ่ต่หนังสือเล่มใหม่ของศจ.คอลลินส์นี้ ชี้ให้เห็นว่า พอยิ่งใหญ่แล้ว บางทีผู้นำจะลืมๆ นิ่งเฉย และเพิกเฉยต่อสัญญาณอันตรายต่างๆ ที่มาเตือนว่า เอ้ย..องค์กรของคุณกำลังเริ่มตกต่ำแล้วนา  ซึ่งเล่มนี้ค่อนข้างจะทันสมัยต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมากทีเดียวที่องค์กรใหญ่ๆ ต่างเข้าแถวเรียงหน้ากันค่อยๆ ล้มไปทีละองค์กรๆ อย่างไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สถานการณ์นี้จะสิ้นสุด

 

ศจ.คอลลินส์ เป็นคนที่พูดเร็วมากค่ะ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปฟังคลิปสรุปของท่านได้ที่นี่ http://www.businessweek.com/magazine/content/09_21/b4132026786379.htm

และหนังสือเล่มนี้ หรือแนวคิดเรื่องนี้เป็นเรื่องลีด (Lead) ในนิตยสาร Business Week ของเดือนพฤษภาคม 2009 ด้วยค่ะ และเป็นหนังสือที่พูดถึงกันมากที่สุดในอเมริกาในเวลานี้

สรุปสั้นๆ ว่า งานวิจัยที่ใช้เวลาถึง 4 ปีในการรวบรวมข้อมูล บ่งชี้ว่า จากสถานการณ์ที่มั่นคง นำไปสู่การตกต่ำขององค์กรมีอยู่ 5 ช่วง ตามภาพ

 

 

ที่มาภาพ http://www.businessweek.com/magazine/content/09_21/b4132026794600.htm

เป็นการวิจัยที่ทำต่อจากหนังสือทั้ง 2 เล่มแรก โดยเลือกศึกษาเพียง 11 บริษัท (เลือกออกมาจาก 60 บริษัทที่อาศัยกรอบแนวคิดการเลือกของงานวิจัย Good to Great และ Built to Last เดิม) โดยต้องการตอบคำถาม 2 คำถาม คือ