ขอขอบคุณผู้เขียน คุณเพชรดา ฐิติยาภรณ์
เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้อ่าน Magazine MBA หน้าปก Gods at Work ตามภาพข้างล่างนี้..
เป็นการหยิบขึ้นมาอ่านแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่ได้เรียนบริหาร แต่สนใจเรื่อง Gods ตามสายวรรณกรรมที่เรียนอยู่ --- แต่แล้ว....หลังจากอ่านก็วางไม่ลงซะงั้น แถมจะกลับไปหาอ่านอีกครั้งในห้องสมุด ก็ไม่เจอเกือบปี ได้กลับมาครั้งนี้เลยรีบ x-rox เก็บไว้ แล้วก็เอาเนื้อหามาเผื่อแผ่เพื่อนๆด้วย ... อืม แต่บางคนอาจจะได้อ่านแล้วล่ะ Mag MBA เค้าเจ๋งอยู่ทีเดียว ^^
Charles Handy Photograph by Elizabeth Handy ©
เรื่องที่ว่านี้เกี่ยวกับ Gods of Management หรือ เทพนักบริหาร โดยนักคิดชาว Irish คนสำคัญชื่อ Charles Handy --- เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการบริหารองค์กร ตามลักษณะวัฒนธรรมภายใต้การนำของผู้นำ 4 แบบ ได้แก่ เทพ Zeus Apollo Athena และ Dionysus Handy ยังนำเสนอด้วยว่ารูปแบบองค์กรมนุษย์ จะปรับเป็นรูปแบบ "หมู่บ้าน" แห่งชีวิตแทนอีกด้วย :
"หมู่บ้านนั้นเล็กและมีความเป็นกันเอง ผู้อยู่อาศัยมีชื่อ มีบุคลิก และลักษณะของตน เน้นการร่วมมือและความเข้าใจระหว่างผู้ที่มีผลประโยชน์และปัญหาร่วมกันในองค์กร แต่มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่แตกต่าง และยังได้รับผลตอบแทนที่ต่างกันไป ตามวัตถุประสงค์และการทำงาน"
จริงๆแนวคิดเหล่านี้ ก็ปรับได้กับองค์กรทั้งระดับครอบครัว งานกลุ่ม ไปจนถึงบริษัทหุ้นส่วนใหญ่ได้เลยนะ ลองฟังเค้าดู... >>> (ปกติเราไม่ copy paste แต่ MBA เค้าเขียนดีอยู่แล้ว ก็ขอ Quote เลยละกันนะ ฮ่าๆ ^^")
ZEUS

ซุส เป็นกษัตริย์ของเหล่าเทพ ปกครองภูเขาโอลิมปัสโดยการใช้สายฟ้าฟาด ยามเมื่อโกรธ และโปรยปรายทองมาให้เมื่อยินดี เขาจึงเป็นทั้งที่เกรงกลัว เคารพ และเป็นที่รักในบางครั้ง
สัญลักษณ์ของ Club Culture ของเขา คือ "โครงข่ายใยแมงมุม" องค์กรที่ใช้วัฒนธรรมนี้ ก็เหมือนองค์กรทั่วไปที่แบ่งแผนทำงานตามหน้าที่หรือตามผลิตภัณฑ์ มีเส้นแยกกระจายออกจากศูนย์กลาง โดยความสำคัญลดลงตามระยะทางที่ห่างออกไปจากศูนย์กลางด้วย
ชาวซุส มีความเป็นเลิศในเรื่องความรวดเร็วของการตัดสินใจ และเลือกจะพูดมากกว่าเขียน เป็นวัฒนธรรมที่มีประสิทธิภาพในสถานการณ์ที่ความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญกว่าความถูกต้องของรายละเอียดยิบย่อย
วัฒนธรรมนี้อาศัยเครือข่ายของมิตรภาพและความสัมพันธ์แต่เก่าก่อน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของการเล่นพวกพ้อง และไม่เป็นที่นิยมในยุคสมัยปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความสามารถของคนและโอกาสที่เท่าเทียมกัน จึงอาจกล่าวได้ว่า วัฒนธรรมซุสทำให้การปฏิวัติอุตสาหกรรมเสื่อมเสีย เป็นวัฒนธรรมที่ล้าสมัยและถูกเย้ยหยันว่าเป็นตัวอย่างของการบริหารแบบมือสมัครเล่น
Apollo
อพอลโล เป็นเทพอุปถัมภ์ของวัฒนธรรมนี้ เพราะเป็นเทพแห่งกฎระเบียบและการปกครอง สมมติฐานของวัฒนธรรม คือ มนุษย์มีเหตุมีผล และสิ่งต่างๆสามารถและควรจะวิเคราะห์ได้ด้วยหลักตรรกวิทยา
สัญลักษณ์ของวัฒนธรรมนี้ คือ "วิหารกรีก" ซึ่งแข็งแกร่งและสวยงาม สร้างขึ้นมาจากเสาหินที่เป็นตัวแทนของหน้าที่และแผนกงานต่างๆ ซึ่งจะเห็นว่าจุดสูงสุดของเสาหินมาพบกันที่ปลายสามเปลี่ยมด้านบน อันเป็นตัวแทนของคณะกรรมการ หรือ คณะกรรมการบริหาร หรือสำนักงานประธานบริษัทนั่นเอง แต่ละเสาหินก็ยึดกันไว้ด้วยกฎและกระบวนการขององค์กร หน้าที่พื้นฐานของพนักงาน คือ ทำงานในเสาหิน (แผนก) แท่งใดแท่งหนึ่งเพื่อขึ้นไปสู่จุดสูงสุด หรือบางครั้ง ก็อาจแวะไปเสาหินแท่งอื่นบ้างเพื่อขยายฐานของตัวเอง
ในวัฒนธรรมอพอลโล คุณแค่ทำหน้าที่ของคุณไป อย่าให้มากกว่าหรือน้อยกว่า เพราะประสิทธิภาพ คือ การทำให้รถไฟมาตรงเวลา ไม่ใช่เร็วกว่าหรือช้ากว่า
อพอลโลเป็นเทพที่ใจดีของกรีซโบราณ เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองเด็กและประชาชนเช่นเดียวกับที่เป็นผู้คุมกฎ ดังนั้น เมื่อใดที่ทำงานกับองค์กรแบบนี้ก็วางใจที่จะอยู่ที่นั่นไปได้ตลอดชีวิต องค์กรจะยึดครองชีวิตการทำงานของคุณเพื่อตัวคุณเอง บอกคุณว่าต้องทำอะไร ไปที่ไหน และจะได้รับอะไร องค์กรจะทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้ เพราะมีสมมติฐานว่าอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ "คาดการณ์" ได้
ดังนั้น จึงไม่มีคำว่า "บังเอิญ" สำหรับวัฒนธรรมนี้ พวกเขาเกลียดการเปลี่ยนแปลง และมักตอบสนองด้วยการเพิกเฉยเป็นอย่างแรก จากนั้นจะพยายามทำสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้มากขึ้น การตอบสนองมีแนวโน้มที่จะเป็นแบบแผน เช่น เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็จะขึ้นราคาสินค้า ถ้ายอดขายตกก็พยายามขายให้มากขึ้น ถ้างานค้างมากก็ทำงานนอกเวลาเพิ่มขึ้น
วิหารกรีกสร้างบนพื้นที่มั่นคง ถ้าพื้นเริ่มสั่น เสาหินคลอนก็ต้องยึดเสาหินเข้าไว้ด้วยกัน เพราะไม่เช่นนั้นหลังคาจะพังลงมา อุปมาเหมือนวิธีที่วัฒนธรรมนี้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของสภาพแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือเทคโนโลยี ด้วยการสร้างกลุ่มของความร่วมมือระหว่างผู้ทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร เพื่อยึดโครงสร้างไว้ด้วยกัน ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผล การบริหารก็ล้มเหลว กิจการล้มละลายหรือต้องจัดโครงสร้างองค์กรใหม่
Athena

เทพตัวแทนของวํมนธรรมนี้เป็นผู้หญิงสาว คือ อะธีน่า ซึ่งเป็นเทพีนักรบและเป็นคนอุปการะโอดิสซุส ซึ่งเป็นนักแก้ปัญหาจอมเจ้าเล่ห์ของเหล่ากัปตันและคนงาน
วัฒนธรรมนี้มองว่าความรู้ความชำนาญคือรากฐานของอำนาจ ไม่ใช่อายุคน อายุงาน หรือแม้แต่ความสนิทสนมกับเจ้าขององค์กร
สัญลักษณืของวัฒนธรรม คือ "ตาข่าย" อำนาจจะอยู่ตามช่องของตาข่าย ไม่ใช่ข้างบนเหมือนวัฒนธรรมของอพอลโล และไม่ใช่ที่ศูนย์กลางเหมือของซุส องค์นี้เป็นเครือข่ายของหน่วยเฉพาะกิจที่เชื่อมต่อกันอย่างหลวมๆ แต่ละหน่วยดูแลตัวเอง ภายใต้กลยุทธ์โดยรวมขององค์กร
องค์กรแบบนี้จึงเป็นที่นิยมจ้างคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อนำมาผนวกเข้ากับผู้บริหารแบบอะธีน่าแล้ว จะเสริมกันได้ดี
ความเป็นผู้นำในวัฒนธรรมนี้ มักไม่ค่อยเป็นประเด็นสำคัญ แต่ที่สำคัญ คือ ความเอาใจใส่ในสิ่งเดียวกัน ความเป็นกองกำลังที่มีเป้าหมาย หรือ เรียกว่า "ทีม"
วัฒนธรรมนี้ใช้ได้ผลดีเยี่ยม เมื่อเน้นผลิตภัณฑ์ขององค์กรเป็นหลัก คือแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะจะใช้ในช่วงของการเติบโต เมื่อสินค้า บริการ หรือเทคโนโลยีนั้นกำลังเป็นสิ่งใหม่
Dionysus

ดิโอนีซุส เทพแห่งไวน์และเสียงเพลง เหมาะที่จะเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมนี้ เพราะในบรรดาเทพทั้งมวล เขาคือตัวแทนที่แสดงถึงลัทธิ Existential
ในทั้ง 3 วัฒนธรรมที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ความเป็นปัจเจกคือสิ่งที่มีอยู่ในองค์กร เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ ขณะที่พนักงานก็ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ทำเช่นนั้น แต่ในวัฒนธรรมนี้ องค์กรมีอยู่เพื่อช่วยปัจเจกบุคคลให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง
ดังนั้น นี่จึงเป็นวัฒนธรรมที่ชาญฉลาด เพราะให้คุณค่ากับทักษะหรือความชำนาญของคนว่าเป็นทรัพย์สินที่สำคัญขององค์กร
พวกมืออาชีพจึงชอบวัฒนธรรมแบบนี้มาก เพราะตอบสนองความเป็นตัวของตัวเอง และความเป็นอิสระ ไม่ต้องรู้สึกว่ามีใครเป็นเจ้าของตัวเอง และพวกเขาก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้ โดยมีเพื่อนร่วมงาน มีความยืดหยุ่นและได้รับการสนับสนุน ตลอดจนถึงอำนาจในการต่อรองจากบริษัท
องค์กรแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับภาคธุรกิจ หรือ อุตสาหกรรม ซึ่งวัตถุประสงค์ขององค์กรมีความต่อเนื่องยืนยาวและยิ่งใหญ่กว่าตัวพนักงาน วัฒนธรรมของดิโอนีซุสเป็นสิ่งน่ากลัวสำหรับองค์กร หรือผู้บริหารแบบปกติทั่วไป เพราะทำให้พวกเขาขาดอำนาจในการปกครอง
ปัจจุบัน กิจกรรมประเภทวิจัยและพัฒนา และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่ หมอ ทนายความ นักวิเคราะห์ระบบ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่ปรึกษา จึงมีวัฒนธรรมองค์กรแบบดิโอนีซุสกันมากขึ้น
* * * * * * * * * * * * * * * * * *
โอ้ ปึ๊ก สุดๆวันนี้ เล่นเอาเมื่อยเหมือนกันแฮะ แต่ก็ชอบเรื่องนี้จริงๆ.... ชื่อเทพเหล่านี้ ถ้าใครเคยสัมผัสตำนานกรีกโบราณมาบ้าง ก็คงรู้จักกันดีเนอะ....
เรื่องราวเหล่านี้ เราคิดว่ามีความสำคัญมากกว่าตำนานที่บอกต่อๆกัน เพราะมันคือแนวคิดการใช้ชีวิตที่เอามาประยุกต์กับตัวเราได้จริงๆ --- บางคนอ่านบันทึกนี้แล้วอาจจะเริ่มคิดออกก็ได้ ว่าอยากทำงานแบบไหน กับองค์กร หรือผู้นำแบบใด รึ บางคนอาจจะเริ่มคิดไดว่า งานที่ทำอยู่มันเหมาะกับเรารึเปล่าฟระ !?! ทำนองนี้
แต่ถึงยังไม่ได้ทำงาน ทั้งหมดก็เป็นวิธีการจัดการตัวเองรูปแบบหนึ่ง ที่ทำให้เราทำนายอนาคตตัวเองได้เหมือนกัน 55 จริงๆนิตยสารเล่มนี้ยังวิเคราะห์ต่อไปอีกเยอะ และยังมีเรื่องอื่นๆที่ใกล้ตัว และน่าสนใจมาก ลองไปหาอ่านกันดูนะ คุ้มจริงๆ MBA No.88 Vol.8 July 2006 อะจ้า
อ้อ มีหนังสือภาษาไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เขียนโดย สมพงษ์ สุวรรณจิตกุล ชื่อ เทพเจ้าแห่งการบริหาร
เอ้อ ชักยาวเกินไป หวังว่าอ่านแล้วจะได้ไอเดียกันนะ... อย่างที่บอก ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวัยทำงานหรอก วัยไหนก็ adapt แนวคิดต่างๆนี้ได้ สุดแท้แต่พลังสร้างสรรค์ของแต่ละคน