เขียนโดย แอมมี่
วันนี้ ได้อ่านเจอเรื่อง "ตลาดนัดความรู้" ที่เสนอโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ขออนุญาตนำส่วนหนึ่งมาเสนอ ดังนี้ค่ะ
การจัดการความรู้ จึงเป็นการจัดการให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขึ้นมา วิธีดีที่สุด คือ จัดให้คนได้คุยกันเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละไม่มากนัก หรือที่เรียกว่า “ตลาดนัดความรู้” ในแต่ละกลุ่มกำหนดประเด็นให้ชัด และต้องเป็นประเด็นที่เชื่อมไปสู่ความรู้หลักขององค์กร ที่สำคัญ ไม่ใช่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ต้องแลกเปลี่ยน case จริงที่เกิดขึ้น จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ได้ เอาบทเรียนที่ได้รับมาแชร์กัน
ประโยชน์ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ ทำให้ผู้ฟัง เข้าใจในเรื่องนั้นๆ ได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะเป็นการฟังจากกรณีศึกษา (case study) เมื่อเจอปัญหาจะสามารถประยุกต์ใช้ได้เลย ความรู้นี้จึงเป็นความรู้ที่เราเรียกว่า tacit knowledge นั่นเอง...
ที่มา: http://www.opdc.go.th/content.php?menu_id=5&content_id=772
จำได้ว่า ตอนทำงานที่ RadioShack (ชิคาโก อเมริกา) ที่ทำงานจะใช้วิธีนี้กันในทุกเช้าวันเสาร์ ซึ่งทางบริษัทกำหนดให้เป็นเวลาแห่งการ training ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือข่าวสารการบริหารจัดการ หรือกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ ที่ผู้จัดการจะต้องสื่อสารให้ทีมงานฟัง
โดยปกติ แอเรียของร้านที่แอมมี่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสาขา จะมีร้านเรดิโอแช็คใกล้ๆ กัน สองสามร้าน แล้วเรามักจะรวมกันจัดเวียนไปร้านโน้นร้านนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากว่า จะได้ใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของผู้จัดการแต่ละคน รวมทั้งพนักงานเก่งๆ มาช่วยในการร่วม training ด้วย
อย่างแอมมี่จะเชี่ยวชาญในเรื่อง Computer Networking อย่างมาก ซึ่งเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว คนอเมริกันเอง ยังไม่ทันสมัยเท่าคนเอเชียค่ะ และอาจจะเป็นเพราะว่า รูมเมทแอมมี่ คือ นักเรียนปริญญาโทเกียรตินิยมเหรียญทอง (Straight A - ได้ A ทุกวิชา) ทางด้านคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ที่อพาร์ตเม้นท์ จึงมีทุกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้นให้ได้ทดลองกัน เช่น ขณะที่เมืองไทยในตอนนั้น ใช้เวลาดาวน์โหลดเพลง MP3 กัน 1 เพลงในเวลา 15 นาที แต่แอมมี่โหลดได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเอง เครื่อง Desktop ที่บ้านในปี 2000 สามารถอัดภาพยนตร์ลง DVD ได้แล้ว หรือเราตัดต่อสาย CAT5 ติดหัวต่อเอง (มันคือสายคอมพิวเตอร์ LAN เส้นสีฟ้าหรือสีขาว ซึ่งจะคล้ายสายโทรศัพท์แต่หัวใหญ่กว่า ซึ่งทุกเส้นจะเป็นคู่สี และต้องวางให้ถูกต้องทั้ง 8 เส้น ใน 1 สาย ดูตัวอย่างภาพด้านล่าง) เป็นต้น การที่ใช้อุปกรณ์บ่อยๆ กับการแวดล้อมด้วยคอมพิวเตอร์มาตลอด ความรู้มันจึงซึมเข้าไปเอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากในการเรียนรู้เท่าไหร่นัก ก็เลยเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำงานด้วย
เวลาประชุมตอนเช้าที่เราเรียกว่า Saturday Morning Meeting จึงเป็นลักษณะที่เรียกว่าการสร้าง ตลาดนัดความรู้ หรือ บา (BA) ตามภาษาญี่ปุ่นของ ศจ.โนนากะ ทุกคนถาม-ตอบและแชร์ความรู้กันในทุกเรื่องใหม่ๆ ที่มีในตอนนั้น และเนื่องจากว่า ในช่วงปีที่แอมมี่ทำงาน เป็นช่วงที่มี gadget และ gismo (แก็ดเจ็ทและกิสโม่) หรือ อุปกรณ์อิเลคโทรนิค กุ๊กๆกิ๊กๆ แบบใหม่ๆ เข้ามาเต็มเลย เช่น เครื่องฉายรูปจาก card เก็บข้อมูล, portable DVD player แบบพกพา และแบบตั้งโต๊ะ, เครื่องหากุญแจ (key finder), โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ, wireless ทั้งหลาย, เครื่องส่งสัญญานภาพจากทีวีเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งข้ามห้อง และอีกสารพัด
แอมมี่จึงใช้วิธีให้ลูกน้องแต่ละคน เอาอุปกรณ์ไปศึกษาที่บ้าน แล้ววันเสาร์ก็เอามาเล่าวิธีใช้ให้เพื่อนๆ ฟัง ส่วนในเรื่องโปรโมชั่นใหม่ๆ ก็ใช้วิธี โยนคำถามเข้าไปกลางวง แล้วทุกคนช่วยกันคิด ว่าจะช่วยกันโปรโมทสินค้าอย่างไรดี เพราะโดยปกติ กลุ่มลูกค้าของแต่ละร้านจะไม่เหมือนกัน และเป็นหน้าที่ของผู้จัดการสาขาที่จะต้องคิดหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดด้วย แต่เนื่องจาก วิธีการทำงานของแอมมี่นิยมทำกับทีมมากกว่าค่ะ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุผลคือ ภาษาอังกฤษเมื่อเทียบกับ american born แล้ว จะเก่งสู้เค้าไม่ได้ บวกกับความเข้าใจในวัฒนธรรมของแต่ละเชื้อชาตินี่ เป็นเรื่องยากมากๆ ที่เราจะเข้าใจ (ชิคาโก เป็นเมือง melting pots แปลว่าผสมผสานกันด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีคนอยู่อาศัยจากหลายเชื้อชาติ) ดังนั้น การทำงานกับลูกน้อง โดยการให้เค้าได้คิด และใช้ประสบการณ์ที่เคยมีจากที่ต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม แล้วหาข้อสรุป หาจุดร่วมจึงเป็นเรื่องที่สนุกสนาน และ convince ให้ลูกน้องอยากทดลองประยุกต์ใช้และร่วมมือร่วมใจผลักดันโปรโมชั่นได้เป็นอย่างดีด้วย
ส่วนหากว่าเกิดปัญหาในการขาย หรือการให้บริการ หรือการบริหารจัดการบางอย่าง Senior Manager ของร้านอื่น จะช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหาได้มากทีเดียวค่ะ เนื่องจาก ผู้จัดการระดับ Senior จะต้องอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการมาอย่างต่ำ 5 ปี สั่งสมประสบการณ์มาเยอะ และมีความรู้มากมายให้ซักถาม ซึ่งก็สามารถโทรถามในเวลาทำงานได้ด้วยนอกเหนือจากเช้าวันเสาร์ หรือทุกวันพุธที่เป็นการประชุมประจำสัปดาห์ของระดับผู้จัดการสาขาโดยเฉพาะ หรือพนักงานระดับสุดยอดเซลส์แมน เซลส์เกิร์ล ก็จะมาช่วยเล่าเทคนิควิธีการขายให้ฟังโดยไม่มีหวงความรู้กันเลย ได้ประโยชน์มากๆค่ะ
ด้วยวิธีการจัดการความรู้แบบการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำมาประยุกต์ใช้จริง ช่วยให้พนักงานเองมีรายได้จากคอมมิสชั่นการขายเพิ่มมากขึ้น รายได้ของร้านสูงขึ้น บริษัทก็มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ถือว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย
โดยสรุป ตลาดนัดความรู้ หรือ บา จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ ในการจัดการความรู้จริงๆ ค่ะ