News

 

What is Twitter? 

Twitter หรือ Micro Blogging คืออะไร?

Micro Blogging เกิดมาจากกติกาของ Networking Blog ที่ชื่อ Twitter
ซึ่งกำหนดว่าเขียนข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งความยาวจะประมาณเท่านี้

          เป็นการส่ง message ระหว่างสมาชิกที่มี connection กันด้วยระบบ RSS feed ส่งข้อความผ่านสื่อสองทาง เช่น SMS , instant message, email, Twitter's web site หรือโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสำหรับการนี้โดยเฉพาะ ด้วยเหตุที่เขียนข้อความได้จำกัดจึงเกิดคำเรียกอีกคำว่า "micro blogging" และข้อความที่ส่งถึงกันมีศัพท์เรียกว่า "Tweets" ซึ่งเปรียบเหมือนเสียงนกร้องอยู่ตลอดเวลา ข้อความที่จะส่งนั้นต้องเป็น plain text เท่านั้นจะแทรกคำสั่งโปรแกรมอะไรไม่ได้ ยกเว้นแต่ hyperlink มายังเว็บเพจของเรา ที่สามารถใส่ไปได้ โดยระบบจะจัดการต่อให้เอง

           คนที่ใช้ Twitter โดยมากเป็น blogger ทั่วไปที่ต้องการสื่อสารให้พรรคพวกได้ updateแบบรวดเร็วทันใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่มุมไหนของโลก โดยเริ่มมากจากคำถามที่ว่า What are you doing? แต่ข้อเสียในการใช้งานแบบส่วนตัวเกินไปก็มีมาก เช่น การส่ง message ว่า หิวข้าว อยากกินส้มตำ อยากไปดูหนัง ไปเที่ยวกับแฟนมา ไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว ฯลฯ ซึ่งสร้างความรู้สึกที่น่ารำคาญกับผู้รับ Tweets ที่ไม่ได้สนิทสนมด้วย

         เดิม Twitter มีจุดประสงค์สำหรับใช้สื่อสารแบบส่วนตัว และไม่เป็นทางการ จึงเต็มไปด้วยสิ่งที่คนอีกกลุ่มหนึ่งตั้งข้อรังเกียจ  แต่ตอนหลังๆ คนเริ่มพยายามนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในทางการตลาด ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียที่ไม่เลว เพราะ Twitter บริการส่ง SMS แบบ Broadcasting โดยไม่คิดค่าบริการ ตัวอย่างการนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ก็ เช่น

  • ใช้ในการโฆษณาบอกกันแบบปากต่อปาก ระหว่างสมาชิกด้วยกัน
  • ใช้สื่อสารข้อความสั้นๆภายในองค์กร ในส่วนที่ไม่เป็นความลับ
  • เหมาะกับกลุ่มที่ทำงานขายงานตลาดในเครือข่ายเดียวกันจะใช้ในสื่อสารบอกความคืบหน้า update ข้อมูลกันและกัน หัวหน้าทีมที่มีผู้ติดตามมากก็จะได้ประโยชน์มากหน่อย เพราะสามารถสั่งงานได้ฉับพลันทันที รับรายงานได้ทันที
  • ใช้สื่อสาร update กับผู้อ่าน กลุ่มสมาชิก ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
  • ใช้เป็นช่องทางให้ความรู้ที่น่าสนใจแก่สมาชิกกลุ่ม เพิ่ม value ให้กับผู้มอบความรู้
  • ใช้แสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะแบบ real time ในหมู่สมาชิก
  • ใช้รณรงค์ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสังคม หรือ สาธารณประโยชน์กับกลุ่มสมาชิก
  • สำนักข่าว สามารถใช้ส่ง headline news ให้กับสมาชิก
  • บริษัท ห้างร้าน ใช้ส่งข้อความตามเทศกาล ส่งข่าวเกี่ยวกับสินค้าโปรโมชั่น

          การใช้ Twitter จึงเหมือนกับการสื่อสารทางตรงของสมาชิกผู้หนึ่งกับสมาชิกกลุ่มป้าหมาย ซึ่ง connect กันในระบบ online networking ด้วยวิธี broadcasting sms

Social Networking คืออะไร ?

          Social Networking ในที่นี้หมายถึงเฉพาะที่เป็นแบบ online ที่สมัครสมาชิกกันได้ฟรีๆ แล้วก็ส่ง message ผ่านทาง instant message หรือ email ไปชักชวนคนอื่นมา connect ด้วย เมื่ออีกฝ่ายดูประวัติคนส่งแล้ว เกิดความสนใจก็ connect กลับ การได้เพื่อนแบบนี้ นอกจากจะได้รู้จักคนที่ connect กันโดยตรงแล้วยังสามารถ connect กับเพื่อนของเพื่อนนั้นได้อีกด้วย จะ connect ไปได้กี่ชั้นก็แล้วแต่ขอบเขตการบริการของผู้ให้บริการนั้น

          ส่วนมากบริการทำนองนี้มักจะถูกมองไปในเรื่องของการหาคู่ โดยที่ต่างคนต่างโพสประวัติ (จริงไม่จริง มีคนดียวที่รู้ดี) รูปสวยๆ หล่อๆ ดูภูมิฐาน ไว้ก่อน คุยกันไปคุยกันมาก็กลายเป็นคู่รัก แต่งงานกันไป แต่ที่ถูกหลอกลวงน่าจะมีมากกว่า (ละมัง)

          ถ้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ก็ต้องเลือกเครือข่ายที่ให้บริการด้านธุรกิจ เช่น ecademy.com เป็นต้น ในนั้นสมาชิกจะแสดง profile ของตนไว้ พร้อมทั้งเขียน Tag ระบุคุณสมบัติของตัวเอง ของธุรกิจ หรือของสินค้าบริการที่มานำเสนอ เมื่อคนอื่นในเครือข่าย search พบแล้วติดต่อมา ก็จะมีการ add contact  พูดคุยกันทางกล่องmessageในเว็บไซต์, instant message อย่าง Skype, MSN, Yahoo หรือ email  เป็นการเริ่มต้นสานความคิดและเครือข่ายทางธุรกิจ หรือต่อขาธุรกิจออกไปในกลุ่มนักธุรกิจหรือผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจ นักลงทุน นายธนาคาร นักประดิษฐ์คิดค้น คนให้คำปรึกษา ที่มาพบกันในนั้น มีการแนะนำต่อๆกัน เป็นการแสวงหาและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งถ้าทำอย่างมืออาชีพจะเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจใหม่ๆได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

          ของฟรี ไม่มีในโลกฉันท์ใด บริการที่สร้างโอกาสให้กับสมาชิกก็ย่อมต้องมีการลงทุนบ้างฉันท์นั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เว็บไซต์ที่ให้บริการ social networking นี้จะมีการเก็บค่าสมาชิกตามระดับความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลของสมาชิกในกลุ่ม ยิ่ง upgrade สูงเท่าไรก็มีโอกาสได้พบปะนักธุรกิจมากขึ้นเท่านั้น แถมยังมีสิทธิพิเศษ ได้รับส่วนลดในการร่วมประชุม พบปะสังสรรค์ ฟังอบรม สัมนาที่ผู้ให้บริการร่วมกับสมาชิกผู้มีคุณวุฒิที่ได้รับเชิญมาบรรยายอีกด้วย

ทำไมต้อง Twitter ?

          คำตอบอยู่ที่ว่าจะใช้ทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร ต่างหาก ถ้าจะใช้ส่วนตัวแบบ ส่งข้อความกับเพื่อนๆ ก็ไม่ต้องใช้ก็ได้ แต่ถ้าจะใช้ในเชิงธุรกิจ หรือ วิชาการ หรือเพื่อทำสิ่งที่สร้างสรรค์กับตัวเองและผู้อื่น ก็น่าจะลองพิจารณาดู

จะเลือก follow ใคร และ ใครจะมา follow เรา ?

          ใครที่มีแนวความคิดที่น่าสนใจ ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เราขาด ช่วยเพิ่มพูนสติปัญญาความรอบรู้ด้านที่เราสนใจ เป็นผู้นำทางความคิด เป็นคนรู้เท่าทันข่าวสาร ที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติอะไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเอง อาจจะต้องการคนสนุกสนานที่จะคอย feed joke ให้เราอารมณ์ดีก็ได้

          เมื่อสมัครไปแล้ว เขาจะเห็นเรา ถ้าเขาสนใจตามเรากลับมาแล้ว add เราบ้าง ก็จะกลายเป็นการสื่อสารถึงกันและกัน ต่อไปก็ต้องพยายามโปรโมทตัวเองด้วยการส่ง email ถึงเพื่อนที่เราอยากให้ใช้ Twitter เขียนบทความให้คนรู้ ทำประชาสัมพันธ์ในชุมชนออนไลน์ที่มีคนที่น่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่ แล้วรอดูผล ขณะเดียวกันก็ต้องเริ่ม contribute ด้วยการส่ง Tweets เมื่อทำไปสักพัก อาจจะพบกับพวกที่ชอบส่งเสียงในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็ต้องมีมาตรการดูแลและจัดการด้วยเหมือนกัน เช่น ไม่สนใจ หรือ ไม่ก็พิจารณาตัดออกไปจากสาระบบของเราเสีย

          ในระบบจะมีสถิติให้สมาชิกดูว่า สมาชิก follow ใครอยู่กี่คน มีคนมา follow สมาชิกกี่คน มี favourite tweets กี่ข้อความ เป็นต้น

ใช้ Twitter อย่างไรให้ถูกต้อง ?

          Tweets ที่ส่งออกไปทั้งหมดจะปรากฎอยู่ใน profile สมาชิกและจะอยู่ต่อไปถ้าไม่มีการจัดการบ้าง และส่วนที่ยังปรากฎอยู่จะแสดงถึงลักษณะความเป็นคุณ (หรือคุณในโลกออนไลน์) อยู่อย่างนั้น ฉะนั้นจงคำนึงถีงสิ่งเหล่านี้ด้วย

  • อย่าส่งเสียงน่ารำคาญ เพราะชื่อก็บอกว่าเป็น เสียงนก ดังนั้นถ้าใช้แบบ "เสียงนก เสียงกา" ก็จะไม่มีคนให้ความสนใจได้เหมือนกัน จึงควรต้องระมัดระวัง เลือกคำให้สั้น ให้เหมาะและได้ใจความ เหมือนที่คุณจะใช้หากมีโอกาสได้คุยกับประธานบริหารของธนาคารที่คุณขอกู้เงินในเวลาเพียง 30 วินาที ฉะนั้นจึงอาจต้องฝึกกันบ้าง หรือวางแผนไว้บ้าง
  • อย่านิ่งเงียบไป ต้องส่งข้อความให้คนอื่นรู้ว่ายังไม่ตายไปจากโลกนี้
  • ลองอะไรใหม่ๆดูบ้าง ถ้าสิ่งนั้นจะทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเองมากขึ้น (ถ้าจะคิดแบบธุรกิจ) บางทีกฎเกณฑ์ก็กลายเป็นข้อจำกัดของการประยุกต์ความคิดสร้างสรรค์ได้เหมือนกัน
  • ปรับตัวให้เร็ว ถ้าสิ่งที่ทดลองทำนั้นไม่ได้ผล ก็อย่าทู่ซี้ทำต่อไป ไม่งั้นจะเกิดผลเสียตามมา เว้นแต่เชื่อมั่นว่ามันจะได้ผลแต่อาจจะยังไม่ถึงเวลา ก็อยู่ที่การตัดสินใจของตัวเอง
  • อย่าใช้ Twitter เป็น SMS โต้ตอบกับใครเป็นการส่วนตัวจนดูไม่เป็นProfessional ถ้าจำเป็นก็ควรยกหูโทรศัพท์คุยหรือส่ง IM แทน
  • ในกรณีที่ต้องคุยใช้ Tweet บอกใครหรือกลุ่มของใครเป็นการเฉพาะ ควรใส่เครื่องหมาย @หน้าชื่อคนนั้นๆ หรือใช้สีที่แตกต่างกัน
  • เพื่อตัดปัญหาเวลาคนรับ Tweets ไม่ได้ flollow ทุกคนในกลุ่มที่เราส่ง SMS เขาจึงได้ข้อความไม่ครบ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันได้ จึงควรใช้ถ้อยคำที่ผู้อ่านสามารถจับความได้เป็นดีที่สุด หรือไม่ก็เลือกสื่อสารทางอื่นแทน
  • อย่าพยายามขายอะไรใน ธweets เพราะมันจะไม่ work ลองสำรวจดู100 คำที่ไม่ควรใช้ใน email ในเรื่องนี้ก็ดีค่ะ เพราะคนทั่วไปไม่มีใครชอบจดหมายขายสินค้า หรือใช้วิธี hard sell

 ...... 100 คำที่ควรเลี่ยงในการส่งอีเมล์ & ตั้งชื่อหัวข้อ http://www.oknation.net/blog/nanahahe/2007/08/27/entry-2 

  • ก่อนส่ง ลองคิดดูว่าถ้าเราเป็นผู้รับ Tweet นั้น เราจะอยากเป็น follower ของคนนั้นไหม

ส่ง Tweet อย่างไรดี ?

          การส่งทาง email แล้วข้อความถูกส่งไปทั้งบนเว็บ และ sms ประหยัดไปได้มาก แต่ต้องใช้ program จาก lifehack.org เพื่อส่ง tweet ทาง email ใน twitter หรือจะใช้ skype หรือใช้ โปรแกรมที่เรียกว่า swype ก็ทำได้เช่นกัน

          เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์กับชีวิตประจำวัน ที่เก็บเกี่ยวมาจากการอธิบายของ Caroline Middlebrook เกี่ยวกับ Twitter ซึ่งช่วยคลายข้อสงสัยไปได้มากเหมือนกันค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เห็นคนบ่นเกี่ยวกับพวก Twitter ว่าเต็มไปด้วยข้อความไร้สาระ แต่พอมีคนชี้ให้เห็นว่าถ้าเอามาใช้ให้ดีก็น่าสนใจเช่นกัน

ขอบคุณผู้เขียน - ปิรันย่า http://www.oknation.net/blog/print.php?id=146189

 

 

  เมื่อวาน-ตื่นแต่มืดแต่ดึกเพื่อเตรียมไปมอบตัวกับตำรวจที่โรงพักสำราญราษฎร์  เพราะท่านออกหมายเรียกเพื่อนำตัวไปส่งฟ้องศาล   แต่ก็ต้องแต่งตัวเก้อ  เพราะอดีตรัฐมนตรีมหาดไทย  "ร.ต.อ.ดร.เฉลิม  อยู่บำรุง"  ท่านโทร.มาดักหน้าว่า  "พี่เปลวไม่ต้องไปหรอก  เพราะผมมอบให้ทนายไปถอนแจ้งความแล้ว"  ผมก็ร้องว่า..อ้าว..จะเอาอย่างนั้นหรือครับท่าน?  ท่านก็บอกว่า  "เอาอย่างนี้แหละพี่เปลว"  ผมจึงว่า  "ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจ"

     วงจรชีวิตผมก็อย่างนี้แหละครับ   วันๆ  ไม่ได้ไปไหนกะเขาหรอก  เพราะเป็นคนขี้อาย  เจอคนมากๆ  ก็เคอะเขิน  ประหม่าสั่นไปทั้งตัว  จึงใช้ชีวิตเหมือนดักแด้   ขดตัวเองอยู่คนเดียวแล้วชักใยหุ้มไว้   ใครต่อใครเขาพูดกันว่าผมเป็นคนไม่มีสังคม  เขาพูดถูก  ผมจึงต้องนิ่งไว้  แต่ถ้าจะแย้ง  ก็แย้งได้

     เพราะสังคมผมก็มี  อย่างวานนี้ไง  ไม่ว่า  ตำรวจ-อัยการ-ศาล  นัดทีไร  ผมไม่เคยขัดที่จะไปเข้าคอกสังคมจำเลยซักที!

     แต่ไปก็ไม่เคอะเขินนะครับ  เพราะมีคุณ  บ.ก.อ้วน  "คุณทวีสิน  สถิตย์รัตนชีวิน"  เป็นจำเลยตัวยืน  ส่วนผมแค่ตัวแจม  บ.ก.อ้วนขึ้นศาลจนเหมือนหนูถีบจักร  เดือนไหนไม่ได้ยืนในคอกจำเลยพานหมดเรี่ยวหมดแรงจะหงายท้องเอา  ระยะหลังนี่ฝนชุก  แต่คดีกลับบางตาลงไปมาก  ครั้นพอจะมีติดไม้-ติดมือบ้าง  อย่างคดีที่ท่าน  ร.ต.อ.เฉลิมแจ้งความจับ  บ.ก.ไทยโพสต์กับผมข้อหาลงข่าวหมิ่นประมาทเมื่อปลายปีที่แล้ว  ท่านก็มาถอนเสียอีก

     ถอนไม่ถอนเฉยๆ  ตกบ่าย  ท่านยังให้เด็กเอามะม่วงดิบมาปลอบใจอีกตะกร้า   มีโจทก์น่ารักอย่างนี้  จำเลยยินดีให้ฟ้องบ่อยๆ  ครับ!

     เมื่อตื่นแต่เช้าแล้วผิดคิว  ก็เลยมีเวลาอ่านละเอียดหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับมากหน่อย  อ่านเรื่องรถบัส  ๔,๐๐๐  คัน...มหากาพย์การโกงรอบใหม่  ของคุณสิริอัญญา  ใน  ASTV  ผู้จัดการ  อ่านคุณ  "ลมเปลี่ยนทิศ"  ในไทยรัฐ  พูดเรื่องรถเมล์เช่าฝังเพชร  NGV  ๔,๐๐๐  คัน  ของคณะแก๊งเพื่อนเนวิน  อ่านข่าวในหลายต่อหลายฉบับที่  ส.ว.ทนไม่ไหว  คุณจารึก  อนุพงษ์   ประธานกรรมาธิการคมนาคม  วุฒิสภา  จี้ให้รัฐบาลทบทวนโครงการเช่ารถเมล์  NGV  ๔,๐๐๐  คัน

     โอ้...พระเจ้า!

     สดับตรับฟังทั้งหัวเอ็ด-เจ็ดย่านน้ำ  และบรรดาคอลัมนิสต์น้อย-ใหญ่ทั้งหลาย  ฟังมานานแล้วด้วย   ยังไม่เคยพบซักรายเดียวที่แซ่ซร้องสาธุการว่า  โครงการรถเมล์  ขสมก.เช่า  NGV  ๔,๐๐๐  คัน  ของพรรคภูมิใจชัย  แอนด์เนวิน  และภูมิใจชวรัตน์  แอนด์ซัน  ที่นายโสภณ  ซารัมย์  ผู้เป็นรัฐมนตรีคมนาคมนำเสนอนั้น  เป็นโครงการที่ดี-ที่ควรทำ?

     เห็นมีแต่พูดตรงกันว่า  "นี่...มันจะระยำตำชาติกินกันไปถึงไหน?"

     -จะเช่ารถเมล์  NGV  ๔,๐๐๐  คัน  ระยะเวลาเช่า  ๑๐  ปี  ในวงเงิน  ๖๙,๗๘๘  ล้าน

     -คำนวณแล้วค่าเช่าตกคันละ  ๔,๗๘๐  บาท/วัน

     -นั่นก็เท่ากับว่า  เช่ารถคันละ  ๑๗.๔๔  ล้านบาท  มาทำรถเมล์


     และที่ไม่บ้าก็เมา  ในจำนวนค่าเช่า  ๔,๗๘๐  บาท/วัน  นั้น  เป็นค่าซ่อมรถทุกวัน  วันละ  ๒,๒๕๐  บาท  คือหมายความว่าเช่ารถมาปุ๊บก็ต้องซ่อมปั๊บ  ตั้งแต่วันแรกไปถึงวันสุดท้ายของปีที่  ๑๐  ไม่มีเว้นเลยซักวัน



     นี่ผมเก็บความหลักๆ  จากข่าวและจากข้อเขียนของคุณลมเปลี่ยนทิศ  และคุณสิริอัญญา  รายละเอียดอันเป็นที่มาของตัวเลขรถเมล์คันละ  ๑๗.๔๔  ล้าน  ท่านไปหาอ่านเอา  ถ้ารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์อนุมัติโครงการนี้  ผมขอสาบานต่อแก้มก้นช้ำๆ  ทั้งสองแก้มของผมเองว่า  รถเมล์  ขสมก.คันละกว่า  ๑๗  ล้านบาทนี้ออกวิ่งเมื่อไหร่

     เป็น-ตายยังไง  ก็จะของนั่งรถเมล์ฝังโคตรพ่อ-โคตรแม่เพชรนี้ให้เป็นบุญตูดก่อนตายให้จงได้  พับผ่าเหอะ!

     เอาหละ...มาคุยในแง่ขอผมบ้าง  ก่อนอื่นขอตั้งเป็นประเด็นถามตั้งแต่นายกฯ  อภิสิทธิ์ที่นั่งหัวโต๊ะประชุม  ครม.ไปถึงคณะรัฐมนตรีอีก  ๓๕  ท่านเป็นแต่ละรายข้อดังนี้  ว่า

     ๑.เช่ารถเมล์มาวิ่ง  หรือเช่ามาเพื่อจอดกินค่าซ่อมรายวัน?

     ๒.เช่ามาทำบ้าอะไรตั้ง  ๑๐  ปี?

     ๓.จีนเสนอลงทุนให้ฟรี  โดยแบ่งเปอร์เซ็นต์จากกำไร  ทำไมไม่เอา?

     ๔.หรือ  ทำไมไม่ซื้อแทนเช่า  ซึ่งซื้อถูกกว่าตกคันละ  ๓-๔  ล้านเท่านั้น?

     ๕.วิธีการที่รัฐมนตรีโสภณทำ  ถึงไม่ใช่แฟน  แต่ทำแทนบริษัทที่จะประมูลซึ่งมีแค่บริษัทเดียวหมดทุกอย่าง  อย่างนี้ถือเป็นการประมูลได้อย่างไร?

     ๖.การที่  รมว.-รมช.คมนาคม  ทำเหมือนเป็นทั้งเจ้าของโครงการ  และเจ้าของบริษัทประมูล  ชงเอง-กินเอง  ต่อรองเอง  เพิ่ม-ลดราคาเอง  มันไม่ออกอาการทุเรศไปหน่อยหรือ?

     ๗.ทั้งหมดนี้เพื่อชาวบ้าน  หรือเพื่อชาวพรรค  ทั้งที่เงินเกลี้ยงประเทศ?  ถ้ายังไม่เข้าใจคำถาม  ผมก็จะขยายความแต่ละข้อต่อเนื่องกันไปเลยตั้งแต่ข้อแรก  เช่า  ๑๐  ปีเท่ากับ  ๓,๖๐๐  วัน  ปรากฏว่าต้องซ่อมทุกวัน  และทุกคัน  รวมค่าซ่อมอย่างเดียวกว่า  ๓๐,๐๐๐  ล้านบาท  มันก็ต้องเกิดคำถามว่า  "เช่ามาทำบ้าอะไร?"

     อย่าไปคิดอะไรซับซ้อนเลยครับ   พูดกันชัดๆ   รถเมล์ที่ไหนคงสภาพใช้วิ่งอยู่ได้ถึง  ๑๐  ปี?

     แล้วจะทำสัญญาเช่าได้อย่างไรตั้ง   ๑๐   ปี  ถ้า  ครม.อนุมัติ  ก็ต้องแปลงทำเนียบฯ  เป็นนา  แล้วจับรัฐมนตรีทุกคนเทียมแอกเทียมไถแทนควายไปเลย

     แล้วเช่าได้อย่างไรคันละ  ๑๗.๔๔  ล้าน  รวมแล้วร่วม  ๗๐,๐๐๐  ล้าน  ถ้าซื้อรถเมล์  ๔,๐๐๐  คัน  ซื้อกันแค่คันละ  ๓-๔  ล้านก็ถมถืด  ก็ตก  ๑๐,๐๐๐  กว่าล้านบาท  เงินไม่ตกใต้ถุนให้สุนัขคาบไปรับประทานตั้ง  ๕  หมื่น  ๖  หมื่นล้าน

     ซื้อมาแล้วใช้งานซัก  ๔-๕  ปีก็ทยอยขายต่อ  ขายต่อคันละซัก  ๒  ล้าน  ขี้เกียจจะแย่งกันซื้อ  ขสมก.ก็จะมีเงินหมุนเวียนไปซื้อรถใหม่มาเติม  และที่สำคัญประหยัดทั้งค่าเช่า-ค่าซ่อมรายวันบ้าๆ  อะไรนั่นไปอีกหมื่นกว่าล้าน  ยังไม่นับเงินค่าที่ทำอู่อีก

     ใครคิดเช่า  ๑๐  ปี  เขายาวทะลุหลังคาเปล่าๆ  เอาข้อมูลจากไหนมาเป็นฐานรายได้  ๑๐   ปีว่ารถยังวิ่งได้  และแต่ละคันจะเก็บค่าโดยสารได้เท่านั้น-เท่านี้  เพราะต้องไม่ลืมว่า  กรุงเทพฯ  ในอีก  ๕  ปีข้างหน้า  การจราจร  การคมนาคม  มันจะเปลี่ยนวิถีของมันไปตามลักษณะสังคมแตกตัว

     ที่อยู่อาศัย  ที่ทำงาน  ที่เที่ยว  ที่กิน  มันจะเกาะเกี่ยวไปกับเส้นทางรถไฟใต้ดิน-บนดิน  เกาะเกี่ยวไปกับกรุงเทพฯ  ที่ขยายตัวออกชานเมืองเชื่อมหัวเมือง  ซึ่งใน  ๕-๑๐  ปีข้างหน้ารถไฟฟ้าความเร็วสูง  อย่างเช่น  กรุงเทพฯ-โคราช  ก็อาจเกิดขึ้นตามลักษณะสังคมขยายรูป  และนั่นหมายถึงว่ารถเมล์  ขสมก.NGV  ๔,๐๐๐  คันนี้

     มีเพื่อจอดไว้กินค่าเช่า-ค่าซ่อม  ๖๙,๗๘๘  ล้าน  เบิกบานภูมิใจชัย  แอนด์เนวิน  เท่านั้นเอง!

     เนี่ย...เท่าที่ฟังมาหลายเดือนแล้ว  บางทีผมยังหลงเคลิ้มว่านายโสภณ  ซารัมย์  กับนายอะไรอีกคน-รัฐมนตรีช่วยน่ะ  เป็นบริษัทที่จะมายื่นประมูลให้  ขสมก.เช่ารถเมล์  NGV  ๔,๐๐๐  คันซะด้วยซ้ำ  เพราะแกพูดแทน  เถียงแทน  ต่อรอง  เพิ่ม-ลด  กำหนดค่าเช่าเท่าโน้น-เท่านี้แทนเสียเองหมด  ในรายละเอียดที่นายโสภณเสนอ  ครม.นั้น  น่าจะเป็นรายละเอียดที่บริษัทผู้ประมูลยื่นเสนอมาให้ทางราชการพิจารณามากกว่า  ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีจะมาสวมหมวกบริษัทมาแยกแยะตัวเลขเป็นค่าโน่น-ค่านี่เสนอ  ครม.

     ซึ่งแบบนี้  ผู้คนเขานินทา  "ชงเอง-กินเอง"  น่ากลียดจะตายไป  ซ้ำบริษัทที่จะประมูลเป็นบริษัทที่ขี้อาย   ไม่กล้าประจันหน้าสังคมยิ่งกว่าผมซะอีก  เพราะจนบัดป่านนี้ยังมีลีลาเป็นตุ๊ดตู่  เอาแต่ซุกอยู่ในรู  ไม่ยอมเผยให้ชาวบ้านได้มั่นใจว่า  "บริษัทนี้มีตัวตนจริงๆ"  และมีใบรับรองคุณภาพงานระดับแสนล้านเป็นมาตรฐานสากลมาการันตีไหม?

     สรุปง่ายๆ   รัฐบาลจะยอมเสีย  ๖๐,๐๐๐  ล้าน  เช่ารถเมล์  NGV  ๔,๐๐๐  คัน  ๑๐  ปี  แล้วไม่มีอะไรเหลือเลย  นอกจากหนี้  และเสียงด่าอภิสิทธิ์จ่ายค่าร่วมรัฐบาล

     หรือว่า

     รัฐบาลจะยอมเสีย  ๑๐,๐๐๐  ล้าน  ซื้อรถเมล์  NGV  ๔,๐๐๐  คัน  จะ  ๕  ปี  จะ  ๑๐  ปี  ก็ยังเหลือรถเมล์ทั้ง  ๔,๐๐๐  คันนั้น  ใช้แล้วซักระยะตัดขายก็ยังจะได้เงินกลับคืนมา

     ก็แล้วแต่ว่ารัฐบาลจะเอาแบบไหน?

อืม อ่านแล้วก็น่าคิดจริงๆ ด้วยค่ะ  เพื่อนๆ คิดยังไงกันบ้างคะ

วันนี้ พี่ชชวาล ส่งเมล์มาให้อ่าน เห็นว่าน่าสนใจดี  เพื่อนๆ ลองอ่านดูนะคะ

 นับตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยออกบัตรประจำตัวประชาชนชนิดใหม่ ที่เรียกกันว่าสมาร์ทการ์ดนั้น เดี๋ยวนี้บัตรเดียวใช้ได้ทุกอย่าง
  บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีถูกยกเลิกบัตรรักษาพยาบาลไม่ต้องมีไม่ว่าคุณจะอยู่ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคหรือไม่ก็ตาม
  เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นกับ บุญโฮม  แต่ไม่แน่...อาจเกิดขึ้นกับคุณด้วยก็ได้ (555)
 
 .........กริ๊งงงง....กริ๊งงงง.....กริ๊งงงง....กริ๊งงงง...
  พนักงาน : สวัสดีค่ะ พิซซ่าเวิลด์ ดิฉันสายคนึง ยินดีรับใช้ค่ะ
  บุญโฮม : ขอสั่งพิซซ่าหน่อยครับ
  สายคนึง : กรุณาแจ้งเลขประจำตัวประชาชนของคุณหน่อยค่ะ
  บุญโฮม : อืม์ม์ม์...เดี๋ยวๆ.. ถือสายรอสักครู่ อ้าาา...   88971003542864
  สายคนึง : คุณบุญโฮม ใช่ไหมคะ ? คุณอยู่บ้านเลขที่ 39/7512 ซอยวิภาวี 47 แขวงทุ่งกาหลง เขตดอนกรุง หมายเลขโทรศัพท์บ้าน 0299765651 หมายเลขที่ทำงาน 0201184927 เบอร์มือถือ 0798052473  คุณโทรมาจากบ้านใช่ไหมคะ ?
  บุญโฮม : เอ๊ะ นี่คุณรู้ได้อย่างไร ? รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลของผมด้วย
 สายคนึง : สายโทรศัพท์ของเราเชื่อมกับระบบฐานข้อมูลแห่งชาติค่ะ ขอโทษคุณจะสั่งอะไรคะ ?
  บุญโฮม : ขอสั่งพิซซ่าทะเลสองถาด
  สายคนึง :ไม่ได้ค่ะ  นโยบายเราจะไม่ยอมให้ลูกค้าสั่งสิ่งที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของลูกค้า
                ตามประวัติแล้ว คุณไม่เพียงแต่แพ้  อาหารทะเล แต่คุณยังมีความดันโลหิตสูงและมีระดับคอเรสเตอรอลสูงเกินเกณฑ์อีกด้วย

  บุญโฮม : อะไรนะ ? แล้วผมจะกินอะไรได้นี่ ?
  สายคนึง : ดิฉันขอเสนอพิซซ่าสมุนไพร ดิฉันเชื่อว่าคุณต้องชอบแน่ๆเลย
 บุญโฮม : คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมต้องชอบ ?
  สายคนึง : ก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วคุณยังไปยืมหนังสือ สมุนไพรไทย และ
                สมุนไพรยาอายุวัฒนะ จากหอสมุดแห่งชาติ นี่คะ

  บุญโฮม : เอาล่ะๆ ผมยอมแพ้ ขอพิซซ่าสมุนไพรสองถาดเป็นเงินเท่าไหร่ครับ ?
  สายคนึง : สองถาดกำลังดีสำหรับคุณ ภรรยา และลูกสาวสองคน ทั้งหมด 540บาทค่ะ
  บุญโฮม :คุณรับบัตรเครดิตหรือเปล่า ?
  สายคนึง : ปกติเรารับบัตรเครดิตค่ะ แต่วันนี้เราขอโทษที่รับบัตรเครดิตคุณไม่ได้  เพราะคุณใช้เต็มวงเงินแล้ว นอกจากนั้น คุณยังมียอด
  หนี้ค้างจ่ายตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้วอีก 24,754 บาท  นี่ไม่รวมค่าผ่อนบ้านที่ยังค้างชำระ อีกสองเดือน  ดังนั้นออร์เดอร์นี้คุณต้องชำระเป็น
  เงินสดค่ะ

    บุญโฮม : อย่างนั้นผมจะไปกด เอทีเอ็ม เตรียมเงินสดไว้จ่ายตอนเด็กมาส่งพิซซ่า
   สายคนึง : ดิฉันคิดว่าวันนี้คุณกดไม่ได้แล้วค่ะ  เพราะคุณกดครบจำนวนเงินที่กำหนดแล้ว
   บุญโฮม : เอาเถอะๆ คุณให้เด็กมาส่งเดี๋ยวนี้เลย ผมมีเงินสดจ่ายให้ก็แล้วกัน  คาดว่าอีกนานเท่าไหร่ ?
   สายคนึง : ประมาณ 40 นาฑีค่ะ แต่ถ้าคุณรอไม่ไหวคุณจะขี่มอเตอร์ไซค์มารับเองก็ได้นะคะ
   บุญโฮม : หา... คุณว่าอะไรนะ ?
   สายคนึง : ก็คุณมีมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าอาร์เอฟ 120 หมายเลขทะเบียน มยว 093 อยู่นี่คะ  ถ้าคุณมารับเองจะเร็วกว่าค่ะ
   บุญโฮม : โอเคๆ แล้วโค้ก สองกระป๋องที่จะแถมตามโปรโมชั่นยังมีอยู่หรือเปล่า ?
   สายคนึง : ตอนนี้เรายังแถมอยู่ แต่ขอโทษค่ะเราคงแถมให้คุณไม่ได้
                 เพราะคุณมีประวัติเป็นเบาหวานเรื้อรัง
  บุญโฮม : ไอ้.. ? ระยำที่สุด

  สายคนึง : ขอโทษค่ะคุณใช้คำไม่สุภาพอีกทั้งๆที่เคยถูกภาคทัณฑ์จากศาลเมื่อ 13 มิถุนายน 2547 ในคดีมีปากเสียงกับเพื่อน

บุญโฮม : ไอ้. !#??%$^&*#!#@&*((^*#@!...

 

 

 

Tags: card, id 1 Comments

I spotted the UFO in Bangkok 5-12-09

posted on 12 May 2009 09:23 by leadership in News

Spotted:   Bangkok, Thailand

Date:        May 12nd, 2009

Time:        5:30 - 5:45 am

 วันนี้ตื่นมาให้ข้าวน้องหมา น้องแมวตอนเช้า ฟ้าก็เริ่มจะค่อยๆ สว่าง แต่ว่ามีเมฆบางๆ ปกคลุมไปทั่ว มองไม่เห็นดวงดาวหรือดวงจันทร์  แต่ระหว่างที่เดินไปมาในสนามข้างบ้าน ก็เงยหน้าไปมองเครื่องบินที่บินต่ำจะไปลงดอนเมือง ก็เห็นดวงกลมๆ คล้ายๆ ดาวแต่ใหญ่กว่า สว่างมีสีเหมือนไฟนีออน ลอยอยู่ดวงเดียว 

ตาไม่ได้ฝาด ไม่ได้ง่วง และมีสติสัมปชัญญะครบ (ไม่บ้าด้วยนะคะ)  มองไปรอบๆ ท้องฟ้าอีกที (สนามหญ้ากว้าง มองได้ 160 องศาค่ะ) ก็มีเมฆบางๆ ลอยต่ำ และทำท่าว่าฝนอาจจะตก มีเมฆทั่วฟ้า จึงไม่สามารถเห็นดวงดาวได้ แต่ทำไมดวงนี้จึงสามารถมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ดวงเดียว มองอีกที ก็ยังเห็นลอยนิ่งๆ อยู่ และสว่างชัดเจนมาก  นั่นคือ ต้องลอยอยู่ข้างหน้าเมฆแน่นอน และลอยอยู่ประมาณ 45 องศาจากพื้น ประมาณว่าจะอยู่บริเวณ ปลายสนามบินดอนเมือง ก่อนที่เครื่องบินจะ landing และ (คาดว่าจะเป็น) UFO หรือจานบิน และยังลอยนิ่งๆ อยู่นานประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะถูกเมฆที่ลอยมาต่ำบังแสงไปจนหมด

ระหว่างที่จ้องมอง ก็คิดว่า จะไปเอากล้องมาถ่ายไว้ แต่มีแต่กล้องมือถือที่เลนส์ซูมไม่มี และไม่มีกล้องดิจิตอล มีแต่กล้องวีดิโอที่ไม่ได้ชาร์ตแบต  ก็เลยตัดสินใจยืนดูต่อไปค่ะ

ในคลิปนี้ มีตัวอย่าง UFO คล้ายกับที่เห็น เช่นในข่าวของ Fox ที่ถ่ายเห็นเป็น 3 ดวง  แต่ดวงที่แอมมี่เห็นก็เป็นลักษณะแบบนี้ แต่มีดวงเดียวและแสงสว่างมาก  และคิดว่าไม่น่าจะเป็นดาวเทียม (เพราะลอยอยู่หลังเมฆนะคะ) แล้วทั่วท้องฟ้าก็มี UFO ลอยอยู่ลำเดียวจริงๆ ก็เลยเป็นจุดสนใจสายตา

 

 

มีใครเห็น UFO วันนี้บ้างคะ  แล้วเพื่อนๆ คิดยังไงกันบ้างว่า UFO มีจริงหรือเปล่า ???
คงต้องไปหาซื้อกล้องดิจิตอลดีดี  ซูมเจ๋งๆ จะได้มีหลักฐานมาโชว์เพื่อนๆ
วีดิโอด้านล่าง คือ UFO ที่มีขนาดใหญ่มากๆ  จริงหรือเท็จ ไม่มีใครพิสูจน์ได้ค่ะ

เนื่องจากไวรัสชนิดนี้ น่ากลัวมากๆ ก็เลยขออนุญาตนำเรื่องราวจากข่าวมาเผยแพร่เพื่อการระวัง ป้องกันและ บอกต่อกับผู้นำทุกท่านค่ะ

รู้จัก “ไวรัสไข้หวัดหมู” มฤตยูสายพันธุ์ล่าสุด!

ภายหลังข่าวที่มีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในประเทศเม็กซิโก ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2552 และทวีความรุนแรงมากขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีผู้ป่วยรวม 854 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 59 ราย ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยรวม 50 ราย ส่งตรวจพบว่า 17 ราย เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่ต้องตกตะลึง คือ เชื้อมฤตยูนี้เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ของคน โดยมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย
       

       แน่นอนว่า รายงานชิ้นดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนทั้งโลก วันนี้จึงควรมาทำความรู้จักกับเจ้าเชื้อ “ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1” หรือ “เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู” กัน...

       ** รู้จักหวัดหมูพันธุ์ใหม่
       
       ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้รายละเอียดว่า ไข้หวัดใหญ่ที่พบในคนตามฤดูกาลส่วนมากจะเป็น สายพันธุ์ H1N1 และ H3N2 ซึ่งมีการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงทำให้ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันทุกปี และต้องมีการฉีดวัคซีนประจำปีที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่จะมีการระบาด ก็จะสามารถป้องกันโรคได้
       
       อย่างเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ก็จัดเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A ซึ่งระบาดอยู่ในสัตว์ปีก และสามารถติดเชื้อข้ามสายพันธุ์มายังมนุษย์ได้ แต่ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ
       
       สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดหมูนั้น ก็เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A เช่นกัน พบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ในปัจจุบันที่พบบ่อยรวมทั้งในประเทศไทย จะเป็นสายพันธุ์ H1N1, H1N2 และ H3N2 ซึ่งลักษณะสายพันธุ์ไม่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ในมนุษย์ มีรายงานน้อยมากที่จะข้ามมายังมนุษย์
       
       “ในส่วนการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ที่พบในประเทศเม็กซิโก และอเมริกานั้น เป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ เป็นสายพันธุ์ที่มีชิ้นส่วนของพันธุกรรมเกิดจากการผสมผสานของไข้หวัดหมู ที่เคยมีรายงานในอเมริกา หรือ ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดที่เคยรายงานไว้ในอเมริกาเหนือ จึงถือได้ว่าเป็น “ไวรัสสายพันธุ์ใหม่” และเมื่อดูองค์ประกอบเปรียบเทียบกับวัคซีน H1N1 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีความคล้ายคลึงกันไม่ถึง 80% ...บ่งชี้ให้เห็นว่า การป้องกันด้วยวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันก็ไม่น่าจะได้ผล อย่างไรก็ตาม ไวรัสดังกล่าวยังคงตอบสนองต่อยาต้านไวรัส ได้แก่ Oseltamivir (Tamiflu) และ Zanamivir แต่สามารถดื้อต่อ ยา Amantadine ได้เช่นกัน” ศ.นพ.ยง ขยายความ
       
       ** การแพร่เชื้อ อาการ
       
       กับคำถามที่ว่าการแพร่เชื้อนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วหากกินหมูจะติดโรคหรือไม่นั้น นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป คือเชื้อนั้นจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา
       
       แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้บริโภคทั้งหลายหายกังวลได้เปลาะหนึ่ง คือ เชื้อนี้ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู!!!
       
       สำหรับอาการที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก นอกจากนี้ในบุคคลที่ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากติดเชื้อจะทำให้มีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการคล้ายจะเป็นหวัด มีไข้สูง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์ทำการวินิจฉัย รักษา และควบคุมโรคต่อไป
       
       “หากป่วยและมีอาการ ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ” นพ.ปราชญ์ เสริม

       ** เตรียมพร้อมรับมือโรคพันธุ์ใหม่
       
       ด้านการเตรียมการ ป้องกันเฝ้าระวังโรคนั้น ได้รับคำยืนยันจาก นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.กระทรวงสาธารณสุข ไปแล้วว่า ในไทยยังไม่พบเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศเม็กซิโก แต่ทั้งนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการเฝ้าระวังโรค รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ ตลอดจนการเดินทางระหว่างประเทศ โดยประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา อย่างใกล้ชิดด้วย
       
       นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฎิบัติ การควบคุมโรคอุบัติใหม่กระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำด้วยว่า ได้จัดเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังป้องกันของไทยขั้นสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่คนไทย จะไม่ป่วยจากโรคดังกล่าว ซึ่ง “ขณะนี้โรคนี้ยังไม่มีการระบาดสู่ไทย” แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์โรคนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งการป้องกันเฝ้าระวัง ทุกจุดผ่านแดน และความพร้อมของสถานบริการเพื่อการรักษา
       
       
       ** ด่านสกัดตั้งแต่ประตูสู่ประเทศ
       
       นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับผู้แทนองค์การอนามัยโลก เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก ยังไม่ได้ประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 4 ซึ่งหมายถึงการระบาดใหญ่ แต่ยังเป็นแค่ระดับ 3 คือ ให้เน้นเรื่องของการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในแต่ละพื้นที่เท่านั้น
       
       ในส่วนของประเทศไทยได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ เตรียมพร้อมในการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ “เทอร์โมสแกนเนอร์” บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติโดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในจุดที่มีเครื่องบิน หรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดคือเม็กซิโก และบางส่วนของสหรัฐอเมริกา พร้อมแจกเอกสารคำเตือนด้านสาธารณสุข (Health Card) แก่ผู้ที่จะเดินทางเข้าและออกนอกประเทศ ในส่วนของคนไทยได้เตือนให้งดการเดินทางไปประเทศเม็กซิโกและบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย เทกซัส ที่มีการระบาดของโรคในขณะนี้ รวมทั้งให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขึ้นที่กรมควบคุมโรค และหากมีความจำเป็นอาจจะต้องเปิดศูนย์ปฏิบัติการในระดับกระทรวง เพื่อเป็นวอร์รูมในการติดตาสถานการณ์และเฝ้าระวังการระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดต่อไป
       
       ** กินหมูได้ไม่ติดโรค!!
       
       “ข่าวการระบาดของโรคนี้ อาจทำให้ประชาชนไทยเกิดความวิตก กลัวติดเชื้อ และไม่กล้ากินเนื้อหมู จึงขอให้ข้อมูลว่า โรคระบาดดังกล่าวไม่ใช่โรคที่ติดจากการรับประทานหมู แต่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มีสารพันธุกรรมของหมูและคนผสมกัน เป็นการกลายพันธุ์ของเชื้อในตัวคน ติดต่อจากคนสู่คนไม่ใช่จากหมูมาสู่คน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำว่า ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดบวมอย่างใกล้ชิด”อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว
       
       ทั้งนี้ นพ.มล.สมชาย บอกย้ำความมั่นใจด้วยว่า กรมควบคุมโรคได้จัดเตรียมยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่สามารถรักษาโรคนี้ได้ ซึ่งมีเพียงพออยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเม็กซิโก แต่เชื้อนี้มียาต้านไวรัสที่รักษาได้ นอกจากนี้ ไทยยังมีระบบที่ใช้ตลอดปี คือ การเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวมเพื่อคัดกรองหาโรคไข้หวัดนก ซึ่งปกติไข้หวัดใหญ่ในคนจะพบเชื้อ H3N2 มากกว่า H1N1 อยู่แล้ว การเฝ้าระวังจึงสามารถเพิ่มเติมรองรับใช้กับโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ได้

ที่มา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 เมษายน 2552 19:03 น.

 

หัวข้อนี้จะ update ข่าวที่เกี่ยวกับการเลิกจ้างงาน / การปลดพนักงานของประเทศไทย(และทั่วโลก) ในช่วงตั้งแต่ ไตรมาสที่ 4 ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน

 
  • 19 ก.พ. 52     บริษัท จีไอเอส จำกัด เลิกจ้างพนักงาน 281 คน  โดยประธานกลุ่มสหภาพแรงงานสารสนเทศ นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อ รมว.แรงงาน ว่าถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม แต่บริษัทได้แจ้งพร้อมให้เงินชดเชยตามกฎหมายแล้ว แต่แจ้งเพื่อให้สำนักงานคุ้มครองแรงงานตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป   รมว.แรงงาน แจ้งว่า ตั้งแต่สิ้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ถูกเลิกจ้างรวมทั้งสิ้นประมาณ 60,000 คนแล้ว  ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมส่งออก เช่น อะไหล่คอมพิวเตอร์  อะไหล่รถยนต์  เสื้อผ้า ฯลฯ (ที่มา: http://breakingnews.nationchannel.com/)
  • 15 ก.พ. 52     รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (สสว.)  เปิดเผยว่า  ปี  52  ธุรกิจเอสเอ็มอี  2.42  ล้านแห่ง  มีการจ้างงาน  8.733  ล้านคน  ลดลงจากปีก่อน  3.27  แสนคน  หรือลดลง  3.53%  โดยอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการปลดคนงานมากสุด  เช่น  กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน  บริการให้เช่าสินทรัพย์และบริการทั่วไป  หนังและผลิตภัณฑ์หนัง  เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า  บริการคอมพิวเตอร์  เป็นต้น  เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ลดกำลังผลิตลงเฉลี่ย  30-40%  เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว  ที่สำคัญปัญหาว่างงานจะหนักสุดช่วง  มี.ค.- พ.ค.52  
    • สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงาน  5  มาตรการ  ที่อยู่ระหว่างศึกษา  ประกอบด้วย  1.มาตรการทางด้านภาษี  ที่จะให้บริษัทที่ขาดทุนจากการดำเนินกิจการ  หากไม่เลิกจ้างคนงาน  จะให้สามารถนำต้นทุนที่เป็นการจ่ายค่าจ้างแรงงานมาหักลดหย่อนภาษีได้  2  เท่า  2.การจัดตั้งกองทุนแรงงานนอกระบบ  เพื่อดูแลแรงงานนอกระบบประมาณ  20  ล้านคน  ให้ได้รับสวัสดิการ   3.ผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  (อปท.)  นำงบประมาณที่ยังค้างท่อ  1  แสนล้านบาท  มาใช้โครงการจ้างงาน  ซึ่งรัฐบาลอาจจะช่วยจ่ายสมทบส่วนหนึ่งด้วย  4.ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐคิดโครงการเฉพาะด้านแรงงานขึ้น  5.ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ  (กบช.) (ที่มา: http://thaipost.net/news/150209/310)
  • 28 ม.ค. 52     คาดปีนี้ปลดแรงงานทั่วโลก50ล้านคน 

    เอเอฟพีรายงานเมื่อ 28 ม.ค.ว่า องค์การแรงงานสากลหรือไอแอลโอ แถลงผลการประเมินภาวะคนตกงานทั่วโลกในปี 2552 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ว่าอาจเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ราว 18-30 ล้านคน และอาจถึง 50 ล้านคนหากสถานการณ์ยังเลวร้ายลงเรื่อยๆ

    ฮวน โซมาเวีย ผู้อำนวยการใหญ่ไอแอลโอ กล่าวในการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าการประเมินนี้เป็นไปตามสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่แค่คำเตือน

    วันดียวกัน ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นลดกำลังการผลิตเมื่อเดือนธ.ค.2551 หลังความต้องการซื้อลดลงฮวบฮาบ โตโยต้า มอเตอร์ส ลดกำลังการผลิตทั่วโลกลงร้อยละ 25 อยู่ที่ 479,027 คัน ด้านฮอนด้าลดกำลังผลิตลงร้อยละ 7.5 อยู่ที่ 277,294 คัน และปลดลูกจ้างชั่วคราวออกอีก 3,100 คนในเดือนเม.ย. ขณะที่นิสสันลดกำลังผลิตร้อยละ 35.9 เหลือ 176,174 คัน

    ด้านบริษัทพานาโซนิค ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ มีแผนสั่งปิดโรงงาน 3 แห่งในทวีปเอเชีย แยกเป็นโรงงานในมาเลเซีย 2 แห่ง และฟิลิปปินส์อีก 1 แห่ง สาเหตุเพราะผลประกอบการมีแนวโน้มขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เพราะยอดขายตกและยังเสียค่าใช้จ่ายไปกับการปรับโครงสร้างองค์กร โดยคาดว่าผลประกอบการตลอดปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นเดือนมี.ค.นี้จะขาดทุนสูงถึง 38,500 ล้านบาท   (ที่มา: นสพ.ข่าวสด)

  • 22 ม.ค. 52     แล้ววิกฤติเศรษฐกิจก็ลุกลามไปถึงยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ เมื่อบริษัทประกาศวันนี้ว่ามีแผนปรับลดพนักงานลง 5,000 คนภายในเวลา 18 เดือนนับจากนี้ โดยพนักงาน 1,400 คนจะถูกเลิกจ้างทันที และค่อยๆทยอยเลิกจ้างไปเรื่อยๆจนครบ 5,000 คนภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า โดยนาย Chris Liddell ซึ่งเป็น CFO ของไมโครซอฟท์ออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ผ่านมาได้ชะลอตัวลงมากกว่าที่ไมโครซอฟท์คาดการณ์เอาไว้มาก และทางบริษัทจำเป็นต้องรีบปรับลดโครงสร้างค่าใช้จ่ายต่างของบริษัททันที่เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

    การปรับลดพนักงานของไมโครซอฟท์ครั้งนี้ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการได้ราวๆ 1.5 พันล้านดอลลาร์ (ที่มา: CNN)

  •  21 ม.ค. 52 

    เตรียมวางแผนปลดพนักงานอีกระลอก

    image/yahoo.gif

    ภายหลังจากที่ Yahoo ได้มีการทยอยเลิกจ้างงานมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีรายงานเปิดเผยออกมาว่า Yahoo จะมีการวางแผนปลดพนักงานในประเทศฝรั่งเศสเร็วๆนี้

    โดยแหล่งข่าว PaidContent.org ได้รายงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า Brad Williams ตัวแทนจาก Yahoo ได้ออกมากล่าวว่า ลูกจ้างงานในประเทศฝรั่งเศส จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ด้วย ซึ่งได้เริ่มส่งผลในประเทศต่างๆมาตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดย Yahoo ได้มีการเลิกจ้างงานพนักงานมาแล้วหลายที่กว่า 10 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 1,520 คน ซึ่งในครั้งนี้ Williams ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นถึงจำนวนพนักงานที่ต้องตกงานและกำหนดเวลาที่แน่นอน (ที่มา: http://www.pantip.com/tech/newscols/news/210109b.shtml)

  • 16 ม.ค. 52     Seagate ปลดพนักงาน 2,950 คน + ตัดเงินเดือนซีอีโอ 

    ปัญหาเศรษฐกิจยังซัดเข้าใส่อุตสาหกรรมไอทีอย่างต่อ เนื่อง Seagate ซึ่งเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ที่สุดของโลกได้ประกาศปลดพนักงาน 6% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก หรือคิดเป็น 2,950 ตำแหน่ง โดยในจำนวนนี้อยู่ในอเมริกา 800 ตำแหน่ง

    นอกจากปลดพนักงานแล้ว Seagate ยังประกาศลดเงินเดือนของพนักงานระดับบริหารด้วย โดยซีอีโอคนใหม่ซิงๆ คือ Stephen Luczo ซึ่งเป็นอดีตซีอีโอกลับมารับตำแหน่งใหม่ (เทร็นด์นี้กำลังฮิต) จะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าเดิม 25%

    Seagate คาดว่ามาตรการปลดพนักงานรอบนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ 130 ล้านดอลลาร์ ส่วนการลดเงินเดือนผู้บริหารจะลดได้ 80 ล้าน (ที่มา - Ars Technica)

  • 10 ธ.ค. 51     เลิกจ้างงานอีกกว่า 1,000 คน บริษัท M & J Technology จำกัด ก่อนหน้านี้ บริษัทต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อยุธยา ได้แก่ บริษัท นิเด็ค อิเล็กโทรนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปลดคนงาน 1,000 คน , บริษัท ไพโอเนียร์ แมนูเฟคเจอร์ริ่ง (ประเทศไทย)จำกัด ปลดคนงาน 100 คน (ที่มา: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์)
  • 4 ธ.ค. 51     แคนนอน เตรียมปลดพนักงานในญี่ปุ่นกว่า 1,100 คน บริษัท แคนนอน อิงค์ เตรียมปลดพนักงานมากกว่า 1,100 คนที่โรงงานผลิตกล้องและเคมีภัณฑ์ในเมืองโออิตะ เพื่อลดการผลิตลง หลังจากที่ความต้องการสินค้าอ่อนตัวลงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก
             สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แคนนอนวางแผนลดพนักงาน 1,097 คนที่บริษัทในเครือคือ โออิตะ แคนนอน อิงค์ ซึ่งดำเนินการผลิตกล้องถ่ายรูป และอีก 80 คนที่บริษัท โออิตะ แคนนอน แมททีเรียลส์ อิงค์ ภายในปีนี้
             โฆษกของแคนนอน กล่าวว่า บริษัทจะยกเลิกสัญญาจ้างงานบางส่วนลงเพื่อให้สอดคล้องกับการลดการผลิต แต่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนของจำนวนพนักงานที่จะถูกเลิกจ้างในครั้งนี้ (ที่มา: http://www.ryt9.com/s/iq03/482709/)
  • 21 พ.ย. 51     จะว่างงาน 35,000 - 40,000 คน ใน จ.พระนครศรีอยุธยา  โดย พนักงานจ้างช่วง  (subcontract) ของบริษัท นิคอน (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จำนวน 2,000 คน ถูกประกาศเลิกจ้าง  (คาดว่า ครั้งต่อไปจะเลิกจ้างอีกประมาณ 1,500 - 3,000 คน)  (ที่มา: นสพ. ไทยรัฐ)
  • 21 พ.ย. 51     สำนักข่าวต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น) รายงานว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ จำกัด ระบุว่าจะไม่ต่อสัญญาพนักงานจ้างชั่วคราว 3,000 ตำแหน่ง ในปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 52 ส่วนค่ายอื่น มาสด้า ประกาศลดตำแหน่งงานชั่วคราวลง 1,300 ตำแหน่ง  ส่วนอีซูซุ ลดลง 1,400 ตำแหน่ง ฮอนด้า ระงับการผลิตไป 1 เดือน 
    • ในประเทศไทย บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จำกัด เปิดโครงการให้พนักงานลาออกอย่างสมัครใจ โดยให้สิทธิรับเงินช่วยเหลือสูงสุด 23 เดือน พร้อมกันนี้บริษัทได้ปรับแผนการผลิต และลดขนาดองค์กร นอกจากนี้จะเตรียมมาตรการลดต้นทุนเพิ่ม โดยจะพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องที่มีผลกระทบกับพนักงาน
    • บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ ประเทศไทย หรือ จีเอ็ม มีรายงานว่าสหภาพ ฯ กำลังเจรจากับผู้บริหารของบริษัทฯ เพื่อขอให้ดูแลพนักงานในระดับล่าง โดยจ่ายค่าแรงให้อย่างเป็นธรรม เพราะนโยบายปลดพนักงานที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 195 คน ในต้นเดือนธันวาคม โดยจ่ายค่าแรงให้ 75 เปอร์เซ็นต์ และเตรียมจะปลดพนักงานระดับล่างอีกกว่า 400 คน ในปี 2552
    • ส่วนที่จ.จันทบุรี กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ มีสถานประกอบการด้านอัญมณีแห่งหนึ่ง ได้เลิกจ้างลูกจ้างช่างฝีมือแรงงาน อายุงานต่ำจำนวน 475 คน โดยได้จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายรวมประมาณ 40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เราได้มีการออกสำรวจติดตามสภาวะการว่างงานตามสถานประกอบการต่าง ๆ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ในจ.จันทบุรี ที่มี 50- 60 แห่ง พบว่าได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 10 แห่ง
    • ที่จ.นครราชสีมา บริษัทไทยไดม่อน บริษัทผลิตเครื่องประดับ ได้ปิดกิจการ มีคนงานที่ถูกเลิกจ้าง 124 คน และได้รับรายงานว่า ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ หากหานายทุนใหม่ไม่ได้ บริษัททานิทารุ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกระสอบ และผลิตภัณฑ์สำหรับบรรจุสิ่งของส่งออกจะปิดกิจการ ทำให้พนักงาน 145 คนต้องตกงาน
    • จังหวัดขอนแก่น กลุ่มกิจการโรงงานในจังหวัดขอนแก่นได้รับผลกระทบจากยอดสั่งสินค้าน้อยลง ทำให้นายจ้างเริ่มลดคนงาน โดยเฉพาะโรงงานผลิตตุ๊กตาเซรามิก ในจ.ขอนแก่นได้เลิกจ้างคนงานไปแล้ว 95 คน
    • เอพีปลดพนักงาน400คน

    นอกจากนี้ในส่วนของสื่อสารมวลชนอย่างสำนักข่าวเอพีของสหรัฐ ก็มีแผนลดพนักงานลง 10% หรือประมาณ 400 คนภายในปีหน้า โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทอม เคอร์เลย์ ผู้บริหารสูงสุดของเอพี เปิดเผยว่า เอพีมีแผนจะปลดพนักงานประมาณ 400 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมด 4,100 คน จำนวนนี้เป็นนักข่าว 3,000 คน เพื่อต่อสู้กับภาวะวิกฤตการเงินที่ยากลำบาก และจำนวนสมาชิกที่ลดลง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เอพีเพิ่งแก้ไขโครงสร้างอัตราค่าบริการข่าวต่อสมาชิก เพื่อลดราคาลง ในช่วงที่รายได้จากการโฆษณาส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบริการข่าวเอพี (ที่มา: http://prachathai.com/)

    • 18 พ.ย. 51    อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า สถานการณ์การเลิกจ้างล่าสุดมีสถานประกอบการได้รับผลกระจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจปิดตัวเพิ่มขึ้นจากวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมาอีก 26 แห่ง รวมเป็น 163 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 18,249 คน และมีแนวโน้มจะเลิกจ้างเพิ่มเป็น 66 แห่ง ลูกจ้าง 39,751 คน  
      • ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย อิเล็คโทรนิคส์ อาหาร 
      • ส่วนสาเหตุเกิดจากการประสบภาวะขาดทุน  ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ยอดการสั่งซื้อลดลง  ค่าเงินบาทแข็งตัว  ขาดแคลนวัตถุดิบ และหมดสัญญาจ้างโครงการ ตามลำดับ (ที่มา: นสพ. ไทยรัฐ)
    • พ.ย. 51     บริษัทในสหรัฐ เลิกจ้างพนักงานถึง 533,000 คนแล้ว ในเดือนพฤศจิกายน นับเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 34 ปี

      บรรดานายจ้างในสหรัฐได้ปลดพนักงานแล้วถึง 533,000 คน เมื่อเดือนที่แล้ว นับเป็นสถิติเลิกจ้างที่สูงที่สุดในรอบ 34 ปี ทำให้มีอัตราคนว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 6.7 อันเป็นผลเนื่องมาจากเศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญกับภาวะถดถอย กรมแรงงาน สหรัฐได้เปิดเผยจำนวนตัวเลขล่าสุดเมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับความยากลำบากเกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยอัตราการว่างงานเมื่อเดือนที่แล้วตกลงต่ำอยู่ที่ร้อยละ 6.7 ซึ่งต่ำกว่าเมื่อเดือนตุลาคมที่อยู่ที่ร้อยละ 6.5 ขณะที่อัตราการว่างงานเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีแล้วอยู่ที่ ร้อยละ 4.7 ขณะที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ของสหรัฐประกาศให้คำมั่นว่าจะพยายามหาแนวทางคลี่คลายวิกฤติการณ์ด้านสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อ และความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ (ที่มา: http://news.buddyjob.com/world/show_news-29292-12.html)
    • 28 ก.ค. 51      ประธานบริหารสายการบิน "แควนตัส" ของ "ออสเตรเลีย" คาดการณ์ว่า จะมีการปลดพนักงานภาคอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกราว 100,000 ตำแหน่งภายในปีนี้ เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันแพง (ที่มา: http://www.ryt9.com/)