บรรยายโดย คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน (MK Suki)
- ท่านเคยเป็นประธานกรรมการบริษัท Se-Ed
- ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทเอ็มเค เรสโตรองค์ จำกัด
มี MK เกือบ 300 แห่งในไทย 21 แห่งในญี่ปุ่น ร้านอาหารญี่ปุ่น ยาโยอิ และธุรกิจการไทย เลอ สยาม
พนักงานทั่วประเทศไทย 13,000 คน
ลูกค้าเดือนละประมาณ 3 ล้านคน
(สาขามากที่สุดในไทย รองลงมาคือ KFC)
การเติบโตมี 3 ช่วง ช่วงละ 7 ปี
MK Presale Performance
"ก่อนหน้านี้คุณแม่ทำธุรกิจร้านอาหารไทยภายใต้"ณ สยาม"อยู่แล้ว
ซึ่งพอเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก็มาคลุกคลีอยู่กับวงการหนังสือก่อน"ซีเอ็ด" จากนั้นก็ผันตัวเองสู่ธุรกิจ
อาหาร ประเดิมด้วยธุรกิจข้าวมันไก่ ต่อมาดำเนินธุรกิจอาหารด้วยการสร้าง
อาณาจักรใหม่ภายใต้แบรนด์"เอ็มเค สุกี้"
ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งกว่า 90%"
http://www.thaivi.com/mobile/thread.php?topic_id=20129
MK เกิดจากร้านอาหารไทยเล็กๆ ที่ สยามสแควร์
เปิดครั้งแรก ปี 1986 โดยการลงทุนของ เซ็นทรัล โดยเปิดสาขาแรกที่หม้อสุกี้ใช้ไฟฟ้า (รุ่นเก่าเป็นแก๊ส)
ปัญหาที่เกิด (product development & การบริหารจัดการอื่นๆ) ใน 7 ปี แรก (เปิดได้ 15 สาขา)
-
เตาไฟฟ้า
-
พื้นที่ใช้งานบนโต๊ะเกะกะไป ด้วยจานของสด - ออกแบบคอนโดมาใส่ซ้อนอาหารสดเป็นชั้นๆ สีแดงเพื่อเวลามีของสดที่มีเลือด จะไม่น่ากลัว มีช่องเพื่อให้ความเย็นเข้ามาสู่อาหารได้
-
ออกแบบตะกร้อ เปลี่ยนจากทองเหลืองซึ่งหักง่าย มาเป็นสแตนเลสปั๊มขึ้นรูป ไม่หลุดง่าย และมีขอเกี่ยวกับปากหม้อสุกี้
-
อาหารได้ช้ามาก และมักผิดพลาดสั่งนี่ได้นั่น - บิลแบบติ๊ก ช่วยให้รับสั่งได้เร็วขึ้น - ต่อมา เริ่มสร้างตู้เย็นคุมอุณหภูมิเพื่อพักสินค้า แม่ครัวใส่จากด้านหลัง พนักงานหยิบด้านหน้า เกิดเป็นลักษณะ FIFO เป็นตู้เย็นเพื่อจ่ายของสดแบบ feed through
-
ความสดของอาหารไม่คงที่ จึงต้องงปรับปรุงแบบครบวงจรห่วงโซ่อาหาร ใช้เวลาแก้ปัญหานานที่สุด เพราะต้องสาวไปถึงแหล่งของสด
-
ปรับปรุงตู้เย็นเป็นระบบ No Frost ใหม่หมดทั้ง 10 สาขา (ที่มีในตอนนั้น)และบันทึกความเย็นอยู่ตลอด
-
การผลิตก่อนใช้ เวลาสั้นที่สุด ส่งตอนเที่ยงคืน จึงประหยัดเวลาได้ 12-15 ชั่วโมง ปรับ Supplier จัดทำศูนย์ส่งสินค้า 2 ที่ ส่งได้ครอบคลุมถึง 100 สาขา
-
ใช้ระบบมาตรฐานมาควบคุมคุณภาพ ตอนนี้ ไปถึงฟาร์ม เป็น contract farming ตั้งแต่การคุมอาหาร. ยา ปีนี้ เริ่มปลาที่เลี้ยงในกระชัง (2552) , ผักสด ส่งเที่ยงคืน, 40-50% จะถูกคัดทิ้ง เพราะคนไทยไม่นิยมทาน ปลูก เช่น ผักกาดขาว 1000 ไร่ จะมีเคมีตกค้างน้อย แต่เชื้อโรคจะมีมามากขึ้น เมื่อมาถึงร้านจะมีพนักงานตัดแต่งอีกที ใช้ตาคน ตรวจสอบ
-
การบริการไม่ค่อยจะประทับใจ - จัดตั้งหน่วยงาน และจัดทำหลักสูตร และศูนย์ฝึกอบรมขึ้นมา คอร์สแรก Don't Do That อะไรที่ไม่ควรทำ เรียนทุกคนเป็นครูหมด ต้องสอน และบางทีก็กลับมาเป็นนักเรียนด้วย มีครูพี่เลี้ยงในทุกสาขา
-
แต่ละสาขามาตรฐานไม่ใกล้เคียงกัน - เริ่มทำ Standardize มี SOP (Standard Operating System) จัดทำระบบ feedback คำติชมจากลูกค้า เพื่อให้เกิด consistency
MK operating concept เป็น QCQS = Quickness, Cleanliness, Quality, Service
ยุคที่ 2 ปี 1993-1999 ผ่านพ้น ยุคโชติช่วงชัชวาล ห้างเปิดเยอะมาก
รู้ตัวว่า MK เป็น Chain เราอาศัย Passion , Experimentation, Move -->Build Real Thing
ทำ ISO (Construct System to Governance) กำจัดของเสียทิ้ง จัดทำระบบ Logistics ระบบศูนย์จัดส่งอาหาร
Strive for Excellence ด้วยมาตรฐานที่สูง We build our management system to match with the World Class System (ระบบบัญชี ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย computer network system)
มี vision, core value (what we believe), mission in 5-7 years
Strategy --> Quality Food, Best Service, Value for money, Good location, Impressive Advertising, Strong Financial, Promoting Health, Managing System
High Growth --> 75 สาขา
เริ่มนำ Professional เข้ามาช่วย งานเริ่มสบายขึ้น แต่ก็มีคู่แข่งเข้ามา
Apart from QCQS we gain more of World Class System and ensure Consistency
expand so many branches and gain Economy of Scale visibly in Brand and Advertising
1997 - Economic Bubble burst
1998-2000 เปิดสาขา ครบ 100 สาขา
ยุค 3 ปี 2001 เป็นต้นมา (Super Growth) ช่วงนี้ Globalization ห้าง, ร้าน, ธนาคาร ถูกต่างชาติเข้าซื้อกิจการมากมาย
ระบบเราแข่งขันได้ แต่เราแข่งขันในระดับภูมิภาค Bencemark นำ KPI เข้ามาใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกต่อไปได้ หาทางร่วมมือกับผู้เล่นระดับโลก
Tesco ให้ที่ แต่ size เล็กลง จึงต้อง design ร้านใหม่ Tesco มี 60 สาขา BigC 70 สาขา Carrfour Central
291 สาขา ตอนนี้ เปิดโดยเฉลี่ย สัปดาห์ละ 1 สาขา turnover 7,000 million Baht
ตอนนี้ เริ่ม go global ลองหลายประเทศ แต่พนักงานไทย รักครอบครัวเกินไป โตลำบาก
จึงมาเปิด ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ยาโยอิ ไป 30 กว่าสาขา จับตลาดระดับ 140 บาท
MK Model of People Management
Service design --> Recruitment --> ใช้ Training ช่วย --> Human Service Excellent <-- Motivation <-- Culture <-- Measurement <-- Alignment <-- Kaizen (Continuous Improvement)
ซอย Segmentation ออกเป็น 10 กลุ่ม เพื่อให้ตอบสนองความต้องการให้ตรงกับคนทุกกลุ่ม
พัฒนา Kaizen ในทุกส่วน โดยไม่กระทบ Food Quality
เช่น การเต้นในร้าน
Brand Building (กลยุทธ์การสร้างแบรนด์)
" เหตุผลที่ทำให้ Branding เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจาก Branding ไม่เป็นเพียงการนำเสนอสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ Branding ยังเป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์และผู้บริโภคด้วยคุณค่าที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจ จงรักภักดี และคาดหวังได้ทั้งด้านอรรถประโยชน์ อารมณ์ และความรู้สึก ช่วยลดระยะเวลาในการตัดสินใจเลือกซื้อจากตัวเลือกที่มีอยู่ในตลาดมากมาย"
“Branding” มีการนิยามที่หลากหลายกันไป แต่พอจะสรุปได้ว่าคือ การสร้างตราสินค้า (Brand) ให้เป็นที่รู้จัก และนิยมชมชอบ ไว้วางใจในหมู่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย
คำว่า “ตราสินค้า (Brand)” คือ เครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งอาจออกมาในรูปของชื่อ คำเฉพาะ รูปแบบ หรือสัญลักษณ์ ตราสินค้าที่มีพลัง สามารถนำไปสู่ความสำเร็จทางการแข่งขันในตลาด และอาจกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กรได้ (ที่มา ชมัยพร วิเศษมงคล )
MK ใช้หนังโฆษณาที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารการตลาดที่ชัดเจน เช่น การเทรนพนักงาน กินอะไร-ไปกิน MK เด็กไทยกินผัก ของสดๆที่ MK (เรียงความเรื่องงานของพ่อ)
การบริหารจัดการ KM
How to create more value from เช่น Gold หากไม่ได้ลงทุนลงแรง จึงได้แต่ Nothing (ไม่รู้จักเหมืองทอง) ดังด้นขุดขาจึงไดมาซึ่งข้อมูล (data) เช่น ได้สินแร่ทองคำ (ยังไม่มีค่า) เมื่เอาข้อมูลมาแปรรูป ได้รับการปรุงแต่งแปรรูปจนเป็นข่าวสาร Information / Intelligence (ได้ทองคำแท่ง) นำมาวิเคราะห์ถี่ถ้วนจนเป็นความรู้ Knowledge (ทองรูปพรรณ) นำมาแบ่งปัน แลกเปลี่ยน ถกเถียง ด้วยประสบการณ์ Insight (รู้ลึก) (รู้ว่าจะใช้ทองมาเป็นประโยชน์ได้อย่างไร) ต่อมาก็ปรึกษา และใส่วิจารณญาณจากผู้รู้เข้ามาเป็น Fore-sight (สามารถรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร) --> มีความเป็นผู้นำ ที่คิดกลยุทธวิธี จนทำให้เกิดเป็นการปฏิบัติ Right - Actions ถึงจะก่อให้เกิดผลลัพท์ --> Right Results
แนวคิด
-
คนไทยเปลี่ยนแปลงยาก เพราะยึดติดแต่อยู่กับแบบเดิมๆ ยังเกิดความเฉื่อย (ไม่การออกแบบสินค้าก็เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
-
ความขยัน ความเอาจริงเอาจัง ทำให้โชคเข้ามาหาได้เอง
-
เมื่อเจออุปสรรคแล้ว ต้องหาทางแก้ปัญหาตลอดเวลา
-
ไม่มี MSG 100% ในร้าน (CSR)
ข้อคิดในการดำเนินธุรกิจให้เกิดได้-ไปดี มี 7 ประการ
-
ต้องเรียนรู้ความเป็นมาของโลก เพราะในยุคนี้เป็นยุคขององค์ความรู้ (Knowledge Age) คือ ต้องนำความรู้ที่ได้รับมาดำเนินธุรกิจ เพราะในยุคนี้แตกต่างจากในยุคของเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ที่คิดจะทำอย่างเดียว ไม่ได้ต้องนำความรู้ต่างๆเข้ามาผสมผสาน ยกตัวอย่าง เอ็มเค นำเรื่องความรู้ที่ได้รับความใช้ โดยใช้ “โภชนาการ” เข้ามาสื่อสารเพราะมองว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจอาหาร
-
นักธุรกิจจะต้องเปรียบเสมือนนักพยากรณ์ หรือสามารถมองแนวโน้มในอนาคต โดยนำสิ่งต่างๆรอบตัวมาวิเคราะห์ ได้แก่ ด้านประชากรศาสตร์ เช่น ในอนาคตประเทศจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิลจะเป็นประเทศที่มีประชากรมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ด้านไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันผู้บริโภคท่องเที่ยวแนวไหน ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มหล่อหลอมรวมกันและเป็นเทรนด์ในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้านเทคโนโลยี มีการตัดเชือกด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ด้านการแข่งขันซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณทั้งในและนอกประเทศ และด้านสังคมเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
-
ผู้ประกอบการต้องเข้าใจแนวโน้มและความต้องการของลูกค้าสมัยใหม่ เพราะเป็นยุคที่เปลี่ยนอำนาจจากผู้ขายเป็นยุคของผู้ซื้อ ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่นี้ส่วนใหญ่จะมีเวลาน้อย มีปากมีเสียงมากขึ้น ต้องการของมีคุณภาพ บริการดี และที่สำคัญ คุ้มค่าคุณภาพดี ความคาดหวังลูกค้าสูงขึ้นตลอดเวลา การตัดสินใจซื้อมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ต้องการความหลากหลาย และประการสำคัญ ฉลาดไม่เชื่อข้อมูลง่ายๆ และมีไลฟ์สไตล์ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น
“มีสินค้าหลายอย่างที่เกิดขึ้นเพราะพบความต้องการของลูกค้า ยกตัวอย่างว่า ดิสเคานต์สโตร์เกิดได้เพราะ คนต้องการสินค้าราคาถูก อินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นเพราะคนไม่มีเวลา คอนวีเนียนสโตร์เกิดขึ้น เพราะต้องการความสะดวกสบายไม่มีเวลาไปซื้อของที่ไกลบ้าน สปาเกิดขึ้นเพราะคนต้องการมีสุขภาพที่ดี
ขณะที่ตัวเอ็ม เค เองขณะนี้เริ่มมีพีดีเอมาใช้ในการสั่งอาหาร เนื่องจากพบว่าลูกค้าต้องการความรวดเร็วในการเสิร์ฟอาหาร อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์เอ็มเคให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น”
-
มองถึงการแข่งขันว่าจะชนะต้องทำยังไง ไม่ใช่ต้องทำให้ดีกว่าก็พอ ทำให้ถูกกว่าก็พอ ต้องทำให้ทั้งสองให้ถูกพูดถึง และต้องทำให้ไม่เหมือนใคร ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความแตกต่าง พิจารณาจาก สถานที่ เงิน ยี่ห้อ ลิขสิทธิ์ กรรมวิธี และประการสำคัญ คอนเซ็ปต์ต้องมีความแตกต่างหรือคิดนอกกรอบอีกทั้งยังต้องพิจารณาจากเวลาเป็นตัวประกอบด้วย
-
จะต้องมาพิจารณาถึงความสามารถของบริษัทเอง และหาสิ่งที่สามารถมาเสริมได้ เช่น ประเทศไทย มีศิลปะวัฒนธรรมที่ดี แต่ไม่สามารถปรับเข้ากับความต้องการของโลกได้ มีที่เพาะปลูกทางการเกษตร แต่ขาดเทคโนโลยี มีแรงงานแต่ขาดเทรนนิ่ง ประชากรยังหาจุดเด่นของตัวเองไม่เจอ มีการศึกษาที่ดีแต่ขาดโอกาส
-
ต้องออกแบบระบบสินค้าและบริการที่ดี โดยวัตถุดิบดีการออกแบบโดนใจลูกค้า ระบบการผลิต ขนส่ง การตลาด และบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ และมีระบบข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วทันเวลา
-
เรียนรู้ที่จะจัดการได้ดี ประกอบด้วยอุดจุดอ่อนเสริมจุดแข็ง รู้จักใช้ขบวนการแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ
ความโปร่งใส การมีธรรมภิบาล การบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูง