Reference

posted on 24 Jun 2008 18:44 by leadership

การเขียนเชิงอรรถและบรรณานุกรม

 

การเขียนเชิงอรรถ

   การให้หมายเลขเชิงอรรถ

การให้หมายเลขเชิงอรรถ ให้เรียงลำดับตั้งแต่ 1 ไปจนจบบท และเริ่มลำดับตั้งแต่ 1 อีก เมื่อขึ้นบทใหม่ กรณีที่วิทยานิพนธ์ไม่ยาวมากนัก อาจเรียงลำดับเชิงอรรถตั้งแต่ 1 ไปจนจบเล่มก็ได้  ไม่ให้มีการแทรกเลขลำดับเชิงอรรถโดยการใช้ตัวเลขกับจุดทศนิยมหรือตัวเลขผสมกับตัวอักษร เช่น 1.1 หรือ 1.ก ให้ลงหมายเลขเชิงอรรถอยู่เหนือบรรทัดท้ายข้อความที่ต้องมีเชิงอรรถ โดยไม่ต้องเว้นช่องว่างตัวอักษร และไม่ต้องใส่เครื่องหมายอื่นใดอีก

เนื่องจากหนังสือและเอกสารที่นำมาอ้างอิงมีหลายประเภท เช่น มีผู้แต่งคนเดียว หรือ มากกว่า 1 คน หรือเป็นหนังสือชุด เป็นต้น รวมทั้งบทความในวารสาร นิตยสาร สารานุกรม หนังสือพิมพ์รายวัน เป็นต้น มีหลักเกณฑ์ในการเขียนหนังสือและเอกสารแต่ละประเภทแตกต่างกัน ต่อไปนี้จะอธิบายหลักเกณฑ์ทั่วไปของการเขียนส่วนประกอบของเชิงอรรถของหนังสือและเอกสารแต่ประเภท ดังนี้

1.  ชื่อผู้แต่ง  ชื่อผู้แต่งตามปกติ คือ ชื่อและนามสกุล ไม่ต้องใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น นาย นาง นางสาว หรือตำแหน่ง เช่น ดร. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ แต่ให้ใส่คำเต็มของบรรดาศักดิ์ ยศ ฐานันดรศักดิ์ และสมณศักด์ เช่น หม่อมราชวงศ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นต้น ส่วนชื่อผู้แต่งที่เป็นสถาบัน องค์กร หรือส่วนราชการ ให้ขึ้นต้นด้วยชื่อของหน่วยงานใหญ่ต้นสังกัด อย่างน้อยระดับกรมก่อน แล้วตามด้วยชื่อหน่วยงานย่อยลงมาตามลำดับ

2. ชื่อเอกสาร ให้เขียนตามที่ปรากฏในหน้าปกใน  ชื่อบทความในวารสาร หากมีชื่อรองให้เขียนต่อจากชื่อหนังสือ คั่นด้วยเครื่องหมายมหัพภาพคู่ ( : ) สำหรับชื่อบทความในหนังสือ ให้ใส่ชื่อบทความไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ (....) ตามด้วยคำว่า ใน หากเป็นภาษาอังกฤษใช้ “in” แล้วตามด้วยชื่อหนังสือ

3. ครั้งที่พิมพ์ การอ้างอิงหนังสือที่พิมพ์ครั้งแรกไม่ต้องระบุครั้งที่พิมพ์ แต่ถ้าอ้างถึงหนังสือที่พิมพ์หลายครั้ง ต้องระบุครั้งที่พิมพ์ด้วย

4. สถานที่พิมพ์ ถ้าปรากฏหมายหลายแห่ง ให้ใส่ชื่อเมืองแรกชื่อเดียว ตามด้วยเครื่องหมายมหัพภาพคู่ ( : ) หากไม่ปรากฏชื่อเมือง ให้ระบุ ม.ป.ท. (ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์) ภาษาอังกฤษใช้ “n.p.” (no place)

5.  สำนักพิมพ์ ใช้เขียนชื่อเต็มของสำนักพิมพ์ตามด้วยเครื่