leader

วันนี้ ได้ดูคลิปวีดิโอการให้สัมภาษณ์ของคุณอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เศรษฐีหนุ่มพันล้าน เจ้าของธุรกิจสาหร่ายทอดเถ้าแก่น้อย ในรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย

ภาวะผู้นำที่เห็นเด่นชัดคือ ความกล้าเสี่ยง กล้าที่จะตัดสินใจ มีทัศนคติในแง่ดี (ชอบมากๆที่น้องเค้าให้ข้อคิดว่า ในงานศพ ก็ยังมีสัปเหร่อ มีคนขายโจ๊ก ...ในวิกฤตก็มีโอกาสอยู่เสมอ มันอยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะเป็นศพ หรือเป็นคนขายพวงหรีด) อย่าหมดกำลังใจ (ถ้าเราคิดว่าแพ้ ... นั่่นคือ แพ้จริงๆ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ มันก็ไม่มีวันจบ) ต้องไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค รักในงานที่ทำ ไม่ดูหมิ่นงานทุกอย่าง (ต๊อบทำมาหมดแล้วทุกอย่าง ทุกตำแหน่งในโรงงาน แม้แต่การล้างพื้นโรงงาน ... ผมอยู่กับสาหร่าย 10 กว่าชั่วโมงต่อวัน)

อิทธิพัทธ์เล่าว่าเขามีปรัชญาการทำงานอยู่ 3 ข้อคือ 1.ถาม 2.ถาม และ 3.ถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลมารวบรวมเพื่อการตัดสินใจ (เช่นกันกับการวิจัยที่ต้องอาศัยการเก็บข้อมูลมากๆ เพ่ือเป็นตัวแทนกลุ่มและเป็นแนวทางช่วยในการตัดสินใจ)

ลองดูคลิปเองค่ะ  น่าทึ่งจริงๆ

เขียนโดย บุริม โอทกานนท์

โลกแห่งดุลยภาพของอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) เริ่มการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่าน โลกของอุปทานขยายตัวอย่างรวดเร็ว โรงงานต่างๆ สามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณที่มากขึ้น มีคุณภาพมากขึ้นและหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การเพิ่มของอุปทานของโลกก้าวไปได้เร็วกว่าการเติบโตของอุปสงค์อย่างขาดสมดุล ผลคือปัจจุบันเราสามารถผลิตสินค้าหลากหลายชนิดได้มากกว่าความต้องการที่เป็นอยู่ ตัวเลือกที่มากขึ้นย่อมส่งผลให้ผู้บริโภคในปัจจุบันมีทางเลือกในการใช้สินค้าที่พวกเขา ต้องการมากขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น การตลาดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาจึงพยายามให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจสูงสุดโดยขณะเดียวกันบริษัทก็สามารถอยู่รอดได้จากกำไรที่ได้จากการขายสินค้าและบริการ แนวคิดที่เดิมใช้กันอย่างแพร่หลายเริ่มกลายเป็นแนวคิดที่ตกยุค เนื่องจากความพึงพอใจของลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้ต้องการแค่ตัวของสินค้าและบริการที่พวกเขาได้จ่ายเงินซื้อหามาเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการที่จะได้สินค้าและบริการในภาพองค์รวม คือการได้รับสินค้าและบริการขององค์กรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการบริการหลังการขายที่เยี่ยมยอด การตอบขอสงสัยหรือข้อโต้แย้งอย่างเป็นมิตร นอบน้อมและอดทน ความต้องการสินค้าที่เฉพาะและเป็นบริการส่วนตัว การหาซื้อสินค้าที่สะดวกและได้รับการบริการเหมือนเป็นลูกค้าคนสำคัญ หรือความรู้สึกว่าสินค้าและบริการที่ซื้อไปนั้นไม่เป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โจทย์เหล่านี้ทำให้แนวคิดการตลาดในทศวรรษนี้เปลี่ยนไป นั่นคือนักการตลาดจึงต้องมองภาพการทำการตลาดแบบองค์รวม (Holistic Marketing)



การทำตลาดแบบองค์รวม (Holistic Marketing) นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญแค่หน่วยงานการตลาดเท่านั้น แต่เป็นแนวคิดที่ว่า หน้าที่การตลาดนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะฝ่ายการตลาดแต่ทุกคนในองค์กรต้องทำการตลาดด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต หรือแม้กระทั่งพนักงานส่งสินค้าของบริษัทก็ยังต้องรู้จักที่จะทำการตลาดให้กับองค์กรด้วย การบริหารลูกค้าไม่ใช่กลยุทธ์ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่องค์กรต้องทำและต้องทำให้ดีกว่าคู่แข่งเสียด้วย แนวคิดใหม่นี้ผลักดันให้การตลาดผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในการทำงานอย่างแยกกันไม่ออก

เพราะเหตุนี้เราจะเห็นความวุ่นวาย สับสน ท้อแท้ เกิดขึ้นในองค์กรหลายแห่งที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับแนวคิดใหม่ดังกล่าว องค์กรที่ช้าและไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงก็ต้องล้มหายตายไปจากระบบธุรกิจ องค์กรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เร็วและทำได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ในธุรกิจและพร้อมที่จะตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมั่นคง

ถ้าเปรียบลูกค้าเป็นดั่งผีเสื้อแล้ว เราคงจะรู้ว่าผีเสื้อนั้นไม่เคยภักดีต่อดอกไม้ดอกใดดอกหนึ่ง ถ้าดอกไม้นั้นหมดความหวาน ผีเสื้อก็จะบินจากไปและไม่รู้อีกเมื่อไรที่จะกลับมาอีกครั้ง แต่มีเหตุผลเดียวที่ผีเสื้อตัวนั้นจะกลับมาเยี่ยมเยือนดอกไม้ดอกนี้อีกก็คือ เมื่อใดที่มาก็จะได้ลิ้มรสความหอมหวานจากดอกไม้ดอกนี้เสมอ ถ้าเปรียบองค์กรเป็นดอกไม้แล้ว องค์กรของท่านจะปรับตัวให้ไปสู่ดอกไม้แห่งจุดหมาย (Destination) ของผีเสื้อของในทศวรรษนี้ได้อย่างไร

บรรยายโดย รศ.ดร. อุทัย เลาหวิเชียร

สรุปและเรียบเรียงโดย อิศราวดี ชำนาญกิจ

 

คุณสมบัติ & ความสามารถของนักบริหาร

  1. Knowledge
  2. Skills
  3. Behaviors
  4. Values & Ethics

(อ่านรายละเอียดข้อ 1, ข้อ 2 จากสัปดาห์ที่แล้ว)

1. Knowledge - ต้องรู้เรื่องบริบท หรือสิ่งแวดล้อม รู้จักองค์การและพฤติกรรมองค์การ รู้จักนโยบายและการประเมินนโยบาย มีความรู้ในการวิจัย เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ  ความรู้เกี่ยวกับจริยธรรมและค่านิยมของสังคม

2. Skills - ทักษะความเป็นผู้นำ ทักษะการแก้ไขปัญหา (แก้ปัญหา 70% บริหารแค่ 30%) ถ้าแก้ดี-งานก็เดิน  แล้วถ้าแก้ไม่ดี งานก็แย่  ต้องการความรู้ + ทักษะ ทักษะในการมองภาพรวม organization and management improvement (O & M Improvement) ใช้ common sense ไม่ได้  ทักษะในการประเมินผล  (style of leadership is different) ทักษะการเขียนและพูด (พูด 70% และต้องพูดดี Talk Sense) ผู้นำไม่ควรพูดในลักษณะทอล์คโชว์มากไป

3. Behaviors - พฤติกรรม ที่ดี น่าเคารพ กตัญญู ลดค่านิยมผิดๆ ทางพฤติกรรม เพิ่มค่านิยมบางอย่าง ไม่โกหา ไม่จับแพะชนแกะ ไม่ประพฤติผิดในเรื่องเกี่ยวกับเพศ (ไม่มี Integrity) ต้องมี Loyalty จงรักภักดีกับชาติ, ที่ทำงาน

4.Values & Ethics - ต้องมีค่านิยมและจริยธรรม   เราอยู่กันบนโลกเพราะ observe กฎหมาย และมีจริยธรรม  ในสังคมไทย เราอ่อนจริยธรรมมาก ต้องคำนึงถึง ความชอบธรรม  และถ้าเรายังไม่เข้าใจแก่นของจริยธรรม จะไปทำร้ายสังคมไทยในอนาคต  สิ่งที่ทำให้เราต่างจากสัตว์เพราะเรามีจริยธรรม ค่านิยม 3 อย่าง 1. Honesty (มาจากการสั่งสอนจากครอบครัว) 2. Responsibility ความรับผิดชอบ  3. Punctuality การไม่ตรงต่อเวลา

 

Cluster of Desired Attributes  - แบบอย่างของสุดยอดผู้บริหาร

  1. Intellectual Attributes - Knowledge
    • มี Analytic Faculty - รู้ 4 วิชา Philosophy of Science, ตรรกวิทยา
    • Grasp of the Situation as a whole - มองภาพรวม conceptualization
    • Knowledge about Human Behaviors & Relations - มี human skill อยู่กับคนได้ 
  2. Operational Capacity - Skill
    • Organizational Capacity
    • Human Skill
    • Sensitivity to Power Situation
    • Communication Skill - ทักษะในการสื่อข้อความ
    • Entrepreneural Skill - ทักษะการเป็นพ่อค้า เฉลียวฉลาด ตัดสินใจเร็ว กล้าได้กล้าเสีย กล้าเสี่ยง
  3. Orientational Attributes - Values & Attitudes สอนมา ซึมซาบมา - ทัศนคติ -
    • Future Outlook - มองการณ์ไกล
    • Innovative Mind - คิดใหม่ ทำใหม่ (Status Quo เก่า ตรงข้ามกับ Proactive กระตือรือร้น << นายกทักษิณ เป็นคนที่ proactive มาก แต่ก็เป็น controversial figure คนทั้งชอบและไม่ชอบ)
    • Positive View of Human Nature - มองคนในแง่ดี
    • Entrepreneural Will
    • Power Motive
  4.  Ethical Qualities - Philosophy & Standards
    • Normative Conviction - มาตรฐาน เกียรติ
    • Philosophy of life - ปรัชญาของชีวิต
    • Sense of Public Resposibility - ความรับผิดชอบต่อสังคม
    • Ethical Standards

นักบริหารเพื่อการพัฒนามีหน้าที่ 7 อย่าง (ในชี้ท)

The Change Leader's Competency Profile

  1. Resilient - bounces back from setbacks positively and quickly
  2. Opportunistic - quick to recognize and capitalize on breaks
  3. Accountable - Places self on the line and reacts non-defensively
  4. Curious - continuously seeks new information and learns new skills
  5. Selfless - consistently puts the interests of the organization first
  6. Self - Critical - regularly analyses own behavior to improve effectively
  7. Adventurous - forsakes comfort zone to experience other perspectives
  8. Communicating - openly shares critical information with colleagues
  9. Initiating - instigates changes without waiting for direction or approval
  10. Imagining - thinks laterally and creatively, quick to see new angles
  11. Innovating - regularly generates and implements new ideas
  12. Forward Looking - looks to the future without dwelling on the past
  13. Visioning - regularly displays  

บ่าย

present เรื่อง Leading Change และ Harvard Business Review on Change